
แห่ใช้ยาฆ่าเพลี้ยลามลงคลองปลาตายเกลื่อน
ชาวนากรุงเก่าแห่ใช้ยาฆ่าเพลี้ยชนิดรุนแรง ลอบปล่อยน้ำลงคลองปลาตายเกลื่อน
ชาวนากรุงเก่าแห่ใช้ยาฆ่าเพลี้ยชนิดรุนแรง ลอบปล่อยน้ำลงคลองปลาตายเกลื่อน
นายอภิชาติ ลาวัลย์ประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ขณะนี้ชาวนาที่เพาะปลูกข้าวนาปรังกำลังประสบปัญหาเพลี้ยกระโดดระบาดหนัก กัดกินต้นข้าวเสียหายเป็นวงกว้าง ฉีดยาหลายชนิด แต่เอาไม่อยู่ จึงลักลอบใช้ยาต้องห้ามที่อันตราย คือ ก๊าซเนอร์ หรือชาวบ้านเรียกว่า ยาหยด ที่ทางการสั่งห้ามขายและนำเข้า ซึ่งเป็นยาอันตรายต่อคนและสัตว์น้ำ รวมทั้งสิ่งแวดล้อม
อย่างไรก็ตาม มีชาวนาในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี และอ่างทอง ใช้กันมาก ซึ่งกำลังลุกลามมาที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ออกสำรวจ ตรวจตามร้านขายปุ๋ยและยาของเกษตรกร แต่ยังไม่พบ เพราะชาวนาจะแอบซื้อกันลับๆ เพื่อนำมาฆ่าเพลี้ยกระโดด หรือเพลี้ยสีน้ำตาล ซึ่งกัดกินต้นข้าวและหลบอยู่โคนต้นข้าวเต็มแปลงนา
ทั้งนี้ ชาวนาจะสูบน้ำเข้านาให้สูงกว่าโคนต้นข้าว แล้วใช้ยาหยดลงไปในน้ำ ยาชนิดนี้จะฆ่าเพลี้ยตายหมด จากนั้นชาวนาจึงปล่อยน้ำทิ้งลงคูคลองแหล่งน้ำธรรมชาติ ทำให้สัตว์น้ำตายหมด บางรายใช้ยาผสมน้ำมันเครื่องฉีดป้องกันไม่ดี ชาวนาถึงกับน็อกกลางนา
นางสาคร มีเมธี อายุ 58 ปี เป็นชาวบ้านหมู่ 9 ต.บ้านโพ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ชาวนาใกล้วัดบ้านเลนสระกระจับ ได้ปล่อยน้ำจากที่นาลงสู่คลองข้างวัด ทำให้กุ้ง หอย ปู ปลาลอยคอ ปลาไหลอยู่ในรูยังออกมาตายเกลื่อนคลอง มีชาวบ้านมาเก็บปลาไปกิน ซึ่งไม่เคยเห็นปลาตายทั้งคลองเช่นนี้ คาดว่าเป็นน้ำที่มาจากนาข้าวอย่างแน่นอน
ด้านนายสมนึก สาระมณี อายุ 35 ปี ชาวบ้านหมู่ 10 ต.ปากกราน อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า น้ำในลำคลองปากกรานและคลองอีบางเกิดเน่าเสีย ปลาตายลอยแพทั้งคลอง ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนชาวบ้าน คาดว่าในพื้นที่ใกล้เคียงชาวบ้านส่วนใหญ่ทำนา
“ปีนี้หลังผ่านพ้นน้ำท่วมใหญ่ ชาวนาทำนาปรังต้องประสบปัญหากับเพลี้ยระบาดทั้งแปลง ต้องขาดทุนหนัก จึงหันมาใช้ยาฆ่าเพลี้ยชนิดรุนแรงและอันตราย นำมาใช้แล้วปล่อยลงคลอง ทำให้ชาวบ้านไม่กล้าใช้น้ำในคลอง ซึ่งก็ยังไม่มีหน่วยราชการใดลงมาดูแลเลย” นายสมนึก กล่าว







