
รวบหนุ่มขนยาบ้าซุกสบู่คาสุวรรณภูมิ
ตำรวจสุวรรณภูมิจับกุมหนุ่มขนยาบ้าซุกในสบู่เตรียมส่งออกไปยังประเทศอิสราเอลคิดมูลค่ากว่า 11 ล้านบาท
ตำรวจสุวรรณภูมิจับกุมหนุ่มขนยาบ้าซุกในสบู่เตรียมส่งออกไปยังประเทศอิสราเอลคิดมูลค่ากว่า 11 ล้านบาท
พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วยพ.ต.อ.กณัฐนันท์ นานาสมบัติ ผู้กำกับการตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจงานสืบสวนปราบปรามยาเสพติดประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แถลงผลการจับกุมนายวีระภัทร์ อินทร์จร อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ 1 ต.หนองวัวซอ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ผู้ต้องหาคดี มียาเสพย์ติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า ไว้ในครอบครองและส่งออกเพื่อจำหน่าย พร้อมด้วยของกลางยาบ้าจำนวน 8 พันเม็ด ที่ซุกซ่อนอยู่ในก้อนสบู่ตรานกแก้วและขวดเนสกาแฟมูลค่ากว่า 11 ล้านเศษโดยจับกุมได้ภายในอาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 4 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในขณะที่นายวีระภัทร์ กำลังจะเดินทางขึ้นเครื่องเพื่อเดินทางไปยังประเทศอิสราเอล
ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืนเศษของวันนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปรามยาเสพติดประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กำลังปฎิบัติหน้าที่อยู่ภายในอาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่สายการบิน อัลเอล อิสราเอล แอร์ไลน์ ซึ่งเตรียมเดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเดินทางไปยังประเทศอิสราเอล ในระหว่างที่กำลังจะนำกระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารเข้าเครื่องเอ็กซเรย์ ได้พบวัตถุต้องสงสัยอยู่ภายในกระเป๋าเดินทางสีดำ ซึ่งเป็นของของนายวีระภัทร์ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นยาเสพย์ติด จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยภายในกระเป๋าใบดังกล่าว พร้อมทั้งเชิญตัวนายวีระภัทร์ เจ้าของกระเป๋ามาเฝ้าดูในระหว่างที่ทำการตรวจค้นกระเป๋าสัมภาระใบดังกล่าว จากการตรวจค้นได้พบว่ามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ชนิดยาบ้าที่ซุกซ่อนอยู่ภายในก้อนสบู่ตรานกแก้วจำนวน 4 ก้อน ก้อนละ 2 พันเม็ด รวมยาบ้าทั้งหมด 8 พันเม็ด ซึ่งหากส่งออกนอกประเทศได้จะมีมูลค่ากว่า 11,200,000 บาท จึงได้ยึดเอาไว้เป็นของกลาง
จากการสอบสวนนายวีระภัทร์ ให้การรับสารภาพว่า กระเป๋าเดินทางใบดังกล่าวเป็นของตน ซึ่งตนได้เดินางมาจากจังหวัดอุดรธานี มายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อที่จะเดินทางไปยังที่ประเทศอิสราเอล โดยรับยาบ้าจำนวนดังกล่าวมาจากเอเยนรายหนึ่งในจังหวัดอุดร ที่นำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อที่จะเอาไปจำหน่ายให้แก่แรงงานในประเทศอิสราเอล โดยรับมาในราคาเม็ดละ 120 บาท และเอาไปจำหน่ายใประเทศอิสราเอลในราคาเม็ดละ 200 ซิงเกิล คิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,400บาทต่อเม็ด โดยสารภาพว่าทำมาแล้วหลายครั้ง และในครั้งนี้คิดว่าจะทำเป็นครั้งสดท้ายแต่ก็มาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้เสียก่อน







