
คนปากพนังฮือต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน
ชาวลุ่มน้ำปากพนังนับพันคนประกาศต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินให้ถึงที่สุด แนะรัฐส่งเสริมเศรษฐกิจ 3 ขาพัฒนาพื้นที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชน
ชาวลุ่มน้ำปากพนังนับพันคนประกาศต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินให้ถึงที่สุด แนะรัฐส่งเสริมเศรษฐกิจ 3 ขาพัฒนาพื้นที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชน
ประชาชนชาวลุ่มน้ำปากพนัง ในหลายอำเภอของจ.นครศรีธรรมราช นับพันคนได้รวมตัวกันที่ถนนในตัวอ.หัวไทร นาม “เครือข่ายรักษ์บ้านเกิดลุ่มน้ำปากพนัง” เพื่อประกาศเจตนารมและออกแถลงการณ์ร่วมกันในการปฏิเสธการเคลื่อนไหวของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ.ที่เข้ามาดำเนินการเตรียมการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินในพื้นที่ อ.หัวไทร ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายพื้นที่ที่ดำเนินการพร้อมกันตามแผนพัฒนาพลังงานท 2010 หรือ PDP.2010
ขณะเดียวกันประชาชนจำนวนมากใส่เสื้อสีดำ มีข้อความไม่เอาถ่านหิน ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน และแผ่นป้ายข้อความต่างๆ ในทำนองเดียวกัน ยังมีการแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรในท้องทะเลอ่าวหัวไทรด้วยการนำเอาปลาชนิดต่าง ปู ปลาหมึก พร้อมทั้งอุปกรณ์การจับมาแสดงรวมทั้งวิถีชีวิตของชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ หลังจากนั้นได้มีการตั้งขบวนเดินไปตามถนนกลางเมืองหัวไทรเพื่อรณรงค์ถึงการต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินพร้อมทั้งการแสดงเชิงสัญลักษณ์ของนักเรียนในพื้นที่อย่างคึกคัก
นายครองศักดิ์ แก้วสกุล ในฐานะประธานเครือข่ายรักษ์บ้านเกิดลุ่มน้ำปากพนัง พร้อมด้วยแกนนำอีกหลายคนได้ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ร่วมเครือข่ายรักษ์บ้านเกิดลุ่มน้ำปากพนัง ความว่า กว่า 2 ปี ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิต มีแผนก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน 2 โรงในพื้นที่นครศรีธรรมราช ขนาด 800 เมกกะวัตถ์ เพื่อเป็นพลังงานป้อนเข้าสู่โครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ การทำงานของ กฟผ.มุ่งเน้นการใช้เงินในการจัดตั้งมวลชน การประชาสัมพันธ์ฝ่ายเดียว
ชาวลุ่มน้ำปากพนัง ขอเสนอให้รัฐทำการส่งเสริมเศรษฐกิจแบบ 3 ขาในพื้นที่นครศรีธรรมราช นั่นคือภาคเกษตร ภาคการประมง และภาคการท่องเที่ยว ล้วนแต่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าสร้างรายได้ให้กับพื้นที่นครศรีธรรมราช เป็นทิศทางหลักในการพัฒนาเพราะถือว่าเป็นการพัฒนาจากฐานเดิมที่เป็นวิถีชีวิต สอดคล้องกับเศรษฐกิจ ชุมชนสามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ใช้พลังงานน้อยกว่า เกิดการจ้างงานมากกว่า กระจายรายได้มากกว่า สร้างความเป็นธรรมอย่างแท้จริง เป็นทิศทางการพัฒนาที่ยั่งยืน







