
ภาคเหนือยังวิกฤตฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน
โพสต์ทูเดย์
— ภาคเหนือยังเผชิญวิกฤตมลพิษหมอกควัน ค่าฝุ่นขนาดเล็กยังพุ่งสูงเกินมาตรฐานนายวิรุณ คำภิโล ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า ปัญหามลพิษทางอากาศจากหมอกควันที่มาจากไฟป่าที่ปกคลุม จ.เชียงราย ปีนี้ค่อนข้างรุนแรงและเกิดขึ้นเร็วกว่าทุกปีตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ. จนถึงต้นเดือน มี.ค.
นายวิรุณ กล่าวอีกว่า ปัจจัยของปัญหานอกจากความแห้งแล้งที่มาเร็วกว่าปกติ ภาวะโลกร้อนและสภาพอากาศที่แปรปรวนมีส่วนทำให้สถานการณ์หมอกควันรุนแรงขึ้น ส่วนไฟป่าจากประเทศเพื่อนบ้านก็เป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้สถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงทุกปี
ทั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษรายงานเมื่อวันที่ 8 มี.ค. ว่า ปัญหาหมอกควันที่ จ.เชียงราย เกินค่ามาตรฐานทั้งค่า PM 10 และ AQI โดยที่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ บริเวณสาธารณสุขแม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย PM 10 สูงกว่า 272.5 ไมโครกรัม/ลบ.ม. ส่วน AQI วัดได้ 116
ขณะที่สถานีวัดใน อ.เมือง จ. เชียงราย PM10 สูงกว่า 184.1 ไมโครกรัม/ลบ.ม. และ AQI วัดได้ 128 ส่วน จ.ลำปาง PM10 สูงกว่า 141.3 ไมโครกรัม/ลบ.ม. และ AQI วัดได้ 109.0 จ.ลำพูน PM10 สูงกว่า 137.9 ไมโครกรัม/ลบ.ม. AQI วัดได้ 109.0
ด้าน จ.แม่ฮ่องสอน PM10 สูงกว่า 160.5 ไมโครกรัม/ลบ.ม. AQI วัดได้ 118.0 จ.น่าน PM10 สูงกว่า 145.3 ไมโครกรัม/ลบ.ม. AQI วัดได้ 111.0 จ.พะเยา PM10 สูงกว่า 148.0 ไมโครกรัม/ลบ.ม. AQI วัดได้ 113.0 และที่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศบริเวณโรงเรียนยุพราช จ.เชียงใหม่ ค่า PM10 สูง 123.9 ไมโครกรัม/ลบ.ม. AQI วัดได้ 102
นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ได้แจกหน้ากากอนามัยให้ประชาชนใน 8 จังหวัดภาคเหนือ จำนวน 6 แสนชิ้น เพื่อป้องกันการสูดฝุ่นละอองควันไฟเข้าปอด พร้อมแจกคู่มือคำแนะนำการดูแลสุขภาพ 5,000 ฉบับ
ขณะที่ จ.นครพนม เริ่มได้รับผลประทบจากมลพิษไฟป่าที่แผ่ปกคลุมไทยลาวแล้ว โดยเฉพาะชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใน อ.เมือง และ อ.ปลาปลาก จนมองไม่เห็นทัศนวิสัย







