posttoday
เปิดศูนย์สื่อสารความปลอดภัย รับเจ็บ-ตายช่วงสงกรานต์

เปิดศูนย์สื่อสารความปลอดภัย รับเจ็บ-ตายช่วงสงกรานต์

07 เมษายน 2555

หากมองย้อนไปถึงสถิติของอุบัติเหตุ การบาดเจ็บและเสียชีวิตในช่วง 7 วันอันตราย ช่วงสงกรานต์ปี 2554

โดย...สุภชาติ เล็บนาค

หากมองย้อนไปถึงสถิติของอุบัติเหตุ การบาดเจ็บและเสียชีวิตในช่วง 7 วันอันตราย ช่วงสงกรานต์ปี 2554 พบว่า เกิดอุบัติเหตุรวม 3,215 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 271 คน และผู้บาดเจ็บรวม 3,476 คน ซึ่งแม้ยอดอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตจะลดลงเรื่อยๆ ทุกปี แต่หากคิดเป็นมูลค่าความสูญเสีย ถือว่ายังเป็นตัวเลขที่สูงและไม่ควรจะเกิดแม้แต่กรณีเดียว

ปีที่ผ่านมา ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ยังได้สรุปด้วยว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา 38.76% พฤติกรรมเสี่ยงของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเกิดจากการไม่สวมหมวกนิรภัยสูงถึง 32.59% โดยทั้งหมดนี้ผู้ขับขี่ใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะมากกว่า 81.12% โดยจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ จ.พระนครศรีอยุธยา 19 คน รองลงมา จ.นครสวรรค์ 13 คน กรุงเทพมหานคร (กทม.) 12 คน

ในปี 2555 ศปถ. ที่มี ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานกรรมการและผู้อำนวยการ จึงได้ตั้งเป้าร่วมกันอีกครั้งว่า ในปีนี้จะให้มีผู้เสียชีวิตน้อยที่สุด หรือหากจะไม่มีผู้เสียชีวิตเลยสักคนก็ยิ่งดี

เปิดศูนย์สื่อสารความปลอดภัย รับเจ็บ-ตายช่วงสงกรานต์

 

ทั้งนี้ ศปถ.ได้จัดตั้ง “ศูนย์ข้อมูลการสื่อสารเพื่อความปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2555 (ศสป.)” โดยเริ่มต้นดีเดย์ช่วง 7 วันอันตราย ตั้งแต่วันที่ 10–18 เม.ย. โดยจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านการเผยแพร่ข้อมูลการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ขับขี่และผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาในเชิงรุก โดยสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ ให้สามารถเข้ามาดูได้ที่เว็บไซต์ www.roadsafetythailand.com หรือ www.facebook.com/thailandroadsafety เพื่อเข้าไปดูข้อมูลความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยต่างๆ ในการใช้รถใช้ถนน เชื่อมโยงเครือข่ายการติดต่อสื่อสารโดยตรงกับผู้ใช้รถใช้ถนน

นอกจากนี้ ได้เปิดช่องทางสายด่วนนิรภัย 1784 รับแจ้งพฤติกรรมเสี่ยงและเส้นทางเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนน ทั้งนี้ ยังมอบหมายให้มีการปรับแผนตั้งจุดตรวจด่านตรวจที่เน้นหนักในเส้นทางเสี่ยง ตลอดจนประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวัง เพื่อให้การเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นไปอย่างปลอดภัย

พรหมมินทร์ กัณธิยะ ประธานคณะทำงาน ศสป. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ประชาชนทั่วไปจะรับทราบแต่เพียงว่า ในปีนี้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนเท่าใด และมากที่สุดในจังหวัดใดเท่านั้น ไม่ได้ทราบไปถึงต้นตอ สาเหตุ และวิธีการแก้ไขที่จะทำให้จำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตลดลงในปีต่อไป การจัดตั้ง ศสป. จึงเป็นรูปแบบที่จะเป็นตัวกลางประสานข้อมูลของภาครัฐไปสู่องค์กร สถาบันการศึกษา และสื่อมวลชน ในการรณรงค์ให้เกิดความปลอดภัยบนท้องถนนมากที่สุด

ทั้งนี้ ศสป.จะมีอาสาสมัครในแต่ละวันจำนวน 20 คน ทำหน้าที่รับเรื่องและให้ข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมง โดยเน้นการทำงานเชิงรุกและนำเสนอข่าวสารข้อมูลอย่างทันท่วงที ซึ่งในปีนี้ทุกภาคส่วนดำเนินงานภายใต้คำขวัญ “สงกรานต์ปลอดภัย ตายเป็นศูนย์”

เฝ้าระวังมอเตอร์ไซค์-รถกระบะเล่นน้ำ

พระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ได้ลงนามในคำสั่งถึงผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.) ทั่วประเทศ ใน 5 ข้อ ได้แก่ 1.ให้มีการวิเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุในช่วงสงกรานต์ย้อนหลังของจังหวัดนำมาใช้กำหนดเป็นมาตรการต่างๆ เน้นไปที่กลุ่มเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี 2.ให้มีการตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจ บริเวณที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง 3.เน้นการระดมกำลังประจำจุดตรวจในช่วงบ่ายถึงค่ำ 4.ให้กำหนดพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ (Zoning) โดยควรเป็นพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ที่ปลอดแอลกอฮอล์ 5.เน้นการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 และ พ.ร.บ.สุรา พ.ศ. 2493 6.ประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความตระหนักและรับรู้ถึงมาตรการต่างๆ

ส่วนข้อสั่งการของ ศปถ.นั้น จะเร่งให้มีการตั้งจุดตรวจ/ด่านตรวจร่วม โดยการสนธิกำลังของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และอาสาสมัคร รวมถึงการจัดชุดสายตรวจสุ่มตรวจตามเส้นทางสายหลัก (ทางหลวงแผ่นดิน) สายรอง (ทางหลวงชนบทและถนนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานอื่นๆ)

รวมถึงหน้าสถานบันเทิงด้วย เพื่อเป็นการป้องปรามการฝ่าฝืนหรือกระทำผิด โดยเฉพาะให้เน้นหนักในเรื่องการควบคุมพฤติกรรมเสี่ยงหลัก 3 เรื่อง ได้แก่ เมาสุรา ขับรถเร็ว และไม่สวมหมวกนิรภัย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของกรณีการเสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนน

รวมถึงเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ในยานพาหนะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ได้แก่ รถจักรยานยนต์ (เป็นอันดับหนึ่งของการเกิดอุบัติเหตุทางถนนกว่า 80%) รถปิกอัพที่บรรทุกผู้โดยสารในกระบะท้าย (ใช้ความเร็วสูงเกิดอุบัติเหตุรุนแรง) และรถตู้และรถโดยสารไม่ประจำทาง ในช่วงเวลาตั้งแต่ 15.00–20.00 น.

เปิดศูนย์สื่อสารความปลอดภัย รับเจ็บ-ตายช่วงสงกรานต์

 

อย่างไรก็ดี จากสถิติข้อมูลอุบัติเหตุ เป็นช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด เพราะฉะนั้นจะมีด่านตรวจทั้งถนนสายหลักและถนนสายรองจำนวนมากในช่วงเวลานี้ โดย ศปถ.ได้ให้กระทรวงคมนาคมเน้นมาตรการควบคุมคุณภาพ รถโดยสารสาธารณะทั้งในเรื่องของสภาพรถและความพร้อมของพนักงานขับรถ และประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารรถโดยสารสาธารณะคาดเข็มขัดนิรภัยเพื่อความปลอดภัย

คุมเข้มจำหน่ายแอลกอฮอล์

ช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้อย่าแปลกใจ หากจะพบว่าร้านค้าปลีกจำหน่ายแอลกอฮอล์ จะมีการจำหน่ายที่รัดกุมและตรวจสอบเข้มกว่าปกติ ทั้งนี้เนื่องจาก ศปถ.มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสรรพสามิต และจังหวัด ใช้มาตรการทางกฎหมายในการดำเนินการกับสถานที่จำหน่ายสุรานอกเวลาจำหน่าย และการลักลอบจำหน่ายสุราในสถานที่ห้ามจำหน่าย โดยเฉพาะการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับบุคคลที่มีอายุไม่เกิน 20 ปี

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตำรวจจะมีหน้าที่หลักในเรื่องการเดินทางของผู้ใช้รถใช้ถนน ทั้งนี้พบว่าสถิติย้อนหลัง 3 ปี เกิดอุบัติเหตุในถนนสายรอง 70% และใน 60% ของถนนสายรอง เกิดอุบัติเหตุใน รถจักรยานยนต์ โดยสาเหตุใหญ่มาจากการไม่สวมหมวกนิรภัยและดื่มสุราขณะขับขี่ วันนี้หากลดในเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขับขี่ตามกฎกติกา และเน้นจุดตรวจเพิ่มเติมตามถนนสายรองด้วยการตั้งจุดตรวจค้นแอลกอฮอล์ในถนนระดับหมู่บ้าน ระดับตำบล โดยให้มีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเวลาจำหน่าย สถานที่จำหน่าย และอายุไม่ให้ต่ำกว่า 20 ปี

นอกจากนี้ จะมีการตรวจสอบต่อว่า หากมีวัยรุ่นที่เมาสุราก็จะมีการขยายผลไปยังร้านจัดจำหน่ายและดำเนินคดีต่อไป ซึ่งตำรวจทั้ง 2 แสนนาย ยินดีสนับสนุนในการตอบสนองนโยบาย พร้อมตั้งเป้าว่าสงกรานต์ปีนี้ คนไทยจะไม่มีอุบัติเหตุและไม่เสียชีวิต

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท