
เพาะครูพันธุ์ใหม่....แก้คนเก่งไม่เป็นครู-คนเป็นครูไม่เก่ง
8...ธเนศ นุ่นมัน
ในอีก 10 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะมีครูเกษียณอายุประมาณ 1.9 แสนคน จากจำนวนครูทั้งหมด 4.2 แสนคน หากตำแหน่งครูทั่วประเทศเกือบครึ่งว่างลง ย่อมเป็นวิกฤตที่ส่งผลกระทบถึงแวดวงการศึกษาไทยทั้งวงจรอย่างเลี่ยงไม่ได้
กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) วางแผนรับมือกับปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน กระทั่งกำหนดเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 ผลิต
“ครูพันธุ์ใหม่” โดยมี วรากรณ์ สามโกเศศ เป็นกรรมการที่ปรึกษาอย่างต่อเนื่องวรากรณ์ กล่าวว่า โครงการผลิตครูพันธุ์ใหม่ เนื่องจากเล็งเห็นถึงปัญหาของภาพรวมของการศึกษา ที่กำลังประสบอยู่ในปัจจุบัน โดยมีเป้าหมายผลิตครูในสาขาและพื้นที่ที่ขาดแคลน และจำเป็นต่อการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานและอาชีวศึกษาของประเทศของ ศธ. ผลิตครูมืออาชีพที่มีความรู้ทางวิชาการ เชี่ยวชาญทางวิชาชีพ และมีอุดมการณ์ในวิชาชีพครู ด้วยหลักสูตรและกระบวนการที่เน้นการปฏิบัติและการฝึกอบรมที่เข้มข้น
“
ใช้งบประมาณประจำปีซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติแล้ว พร้อมระบุให้บรรจุอัตราได้ทันที รวมเป็นเงิน 4,235 ล้านบาท โดยงบประมาณดังกล่าวสามารถผลิตครูพันธุ์ใหม่ 3 หมื่นคน ใช้อัตราเกษียณอายุที่ได้คืนมา รวม 5 รุ่น ตั้งแต่ปีการศึกษา 25542558 ซึ่งการพุ่งเป้าไปที่ผู้จบจากคณะศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์ หลักสูตร 5 ปี จำนวน 17,500 คน และผู้จบปริญญาอื่นๆ ที่ต้องมาเรียนและฝึกสอนอีก 1 ปี เพื่อให้ได้ประกาศนียบัตรวิชาชีพครู 12,500 คน”ทั้งหมดคือผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจากสถาบันผลิตครูที่มีคุณภาพซึ่งจะได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการครูทันทีที่เรียนจบโดยไม่ต้องไปสอบแข่งขัน และถือเป็นการประกันงาน แต่ไม่มีทุนการศึกษาให้ ทุกคนจะมีการทำสัญญากับทางการและทราบจังหวัดที่ต้องไปทำงานก่อนล่วงหน้า ย้ายออกจากพื้นที่ไม่ได้เป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยรัฐจะพยายามบรรจุลงภูมิลำเนาของนักศึกษา
การดึงดูดคนดี คนเก่ง มาเป็นครูพันธุ์ใหม่ ที่มีเชื้อพันธุ์อุดมการณ์ของครูรุ่นเก่า จะสามารถช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาได้โดยตรง และเชื่อว่าสัมฤทธิผล ก็น่าจะมีการขยายโครงการต่อไปในอนาคต







