
พายุถล่มอยุธยาซัดต้นข้าวล่มพันไร่
พายุฤดูร้อนถล่มเมืองกรุงเก่าพัดข้าวนาปรังจมน้ำเสียหายหลายพันไร่
พายุฤดูร้อนถล่มเมืองกรุงเก่าพัดข้าวนาปรังจมน้ำเสียหายหลายพันไร่
นายจิรศักดิ์ ใบบัวเผือน อายุ 29 ปี ผู้ใหญ่บ้าน ม.7 ต.บ่อโพง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า พายุฤดูร้อนที่พัดถ่มชุมชน ต.บ่อโพงอ.นครหลวง เมื่อเย็นต่อเนื่องมาถึงเช้าวันที่ 6 เม.ย.ทำให้ข้าวนาปรังล้มจมน้ำเสียหายหายพันไร่ นอกจากนี้บ้านเรือนเสียหายหลายจากแรงลมจำนวนมาก โดยหนักสุดมี 3 หลัง ซึ่งถูกฟ้าผ่าบ้านทรงไทยไม้สักชั้นเดียวขนาดใหญ่ 1 หลัง หลังคาพังทั้งหลักจำนวน 2 หลัง
นางสะอาด เอี่ยมพิชัย อายุ 63 ปี ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้กับบ้านที่เกิดเหตุ กล่าวว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 5เม.ย. มีลมพายุฝนพัดกระหน่ำอย่างหนักแรง ขณะกำลังปิดหน้าต่างบ้านเห็นสายฟ้าผ่าลงมาที่จั่วบ้านทรงไทแล้วเกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็วช่วงนั้นมีลมพัดแรงมากไม่มีใครกล้าออกมาช่วยกันดับไฟจนไฟลุกลามเสียหายทั้งหลังขณะเกิดเหตุไม่มีใครอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าวเนื่องจากเจ้าของบ้านได้ย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้วปิดบ้านพร้อมติดประกาศขายบ้านเอาไว้ ใกล้กันยังพบว่าที่บ้านของ น.ส.ชมพู่ บัวสุวรรณ อายุ 30 ปี เลขที่61/12 ม.7 ต.บ่อโพง ถูกลมพายุพัดเอาหลังคากระเบื้องปลิวหายไปทั้งหลังข้าวของภายในบ้านเสียหาย พายุพัดหมุนผ่านบ้านเพียงเสี่ยววินาที พัดเอาหลังคาปลิวว่อนต้องรีบวิ่งหนีออกจากบ้านพร้อมกับญาติไปอาศัยบ้านเพื่อบ้านที่ปลูกเป็นตึกแข็งแรงกว่า
นายจิรศักดิ์ บัวเผื่อน ผู้ใหญ่บ้าน ม.7 ต.บ่อโพง กล่าวว่า นอกจากบ้านเอนจะเสียหายแล้วพบว่าแปลงข้าวนาปรังที่ออกรวงแก่พร้อมเก็บเกี่ยวก่อนสงกรานต์นี้จำนวนกว่า 1,000 ไร่ของชาวบ้านรวมถึงของเขาด้วยเพราะ ถูกแรงลมพายุพักจนตนข้าวแบนรางไปกับท้องนารวงข้าวจมน้ำเสียหายซึ่งหากไม่เกิดพายุ ข้าวก็จะเกี่ยวได้แล้ว และจะได้ผลผลิตกว่า 80 ถังต่อไป และขายได้กว่า 12,000 บาท/ไร่ แต่มาถูกลมพุจนล้มจมน้ำ หากเกี่ยวจะได้ผลผลิตเพียง 50-60 ถัง/ไร่เท่นั้นแต่ราคาข้าวเปลือกจมน้ำที่มีความชื้นสูงแบบนี้ขายไดเพียง 7,000 กว่าบาท/ตันเท่านั้นโดยตนเองได้สำรวจความเสียหายให้ละเอียดรายงานให้ทางอำเภอและจังหวัดทราบเพื่อขอความช่วยเหลือต่อไป







