posttoday
ยากที่จะเดา

ยากที่จะเดา

06 เมษายน 2555

เมื่อสองวันก่อน เล่นเอานักลงทุนใจหายใจคว่ำกันใหญ่โต เมื่อราคาทองคำในสหรัฐร่วงลงไปรวดถง 58 เหรียญสหรัฐ

โดย...ธนพล ไชยภาษี

เมื่อสองวันก่อน เล่นเอานักลงทุนใจหายใจคว่ำกันใหญ่โต เมื่อราคาทองคำในสหรัฐร่วงลงไปรวดถง 58 เหรียญสหรัฐ ไปแตะ 1,614 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ จากระดับเดิมที่ 1,670 เหรียญสหรัฐ และจากระดับสูงสุดในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ 1,907 เหรียญสหรัฐ ทองคำได้ลดลงอย่างต่อเนื่องแล้วราว 15% ครับ

อะไรที่ทำให้ทองคำจากดาวรุ่งกลายเป็นดาวร่วงไปได้ในปีนี้ ก็ต้องบอกว่ามาจากหลายปัจจัยทีเดียว โดยเฉพาะเมื่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในยุโรปและสหรัฐเริ่มดูเข้าที่เข้าทางขึ้น แม้ว่าบางคนอาจจะบอกว่าไม่จริงก็ตาม แต่อย่างน้อยที่สุดค่าเงินดอลลาร์ก็เสถียรมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนออกจากตลาดทองคำกัน

แน่นอนว่า ราคาทองคำจะผกผันไปตามปัญหาเงินเฟ้อ โดยที่ผ่านมานั้นค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงผิดปกติตลอดปีที่แล้ว ทำให้ราคาทองคำพุ่งกระฉูดกันขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความวิตกของปัญหาเงินเฟ้อ แต่เริ่มมาในปีนี้ เศรษฐกิจสหรัฐดูจะคงที่มากกว่าเดิม เหลือเพียงแต่การว่างงานเท่านั้นที่ยังเป็นปัญหา แต่เงินเฟ้อก็ไม่ได้น่ากลัว ราคาทองคำจึงเริ่มหมดแรง

นอกจากนั้น ท่าทีจากธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ก็มีส่วนสำคัญต่อราคาทองคำเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อเฟดส่งสัญญาณว่าอาจจะไม่มีการใช้นโยบายคิวอีออกมา ตีความหมายง่ายๆ ก็คือ จะไม่มีการพิมพ์แบงก์ออกมาอีกเพื่อเข้าซื้อคืนพันธบัตร

นั่นหมายความว่า ต่อจากนี้ไป ค่าเงินดอลลาร์น่าจะกลับสู่สภาวะแข็งค่ามากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาทองคำโดยตรงครับ

แต่ถ้าถามว่า ในระยะยาวต่อจากนี้ไป ราคาทองคำจะขึ้นอีกบ้างหรือไม่ ก็ต้องบอกว่าเป็นเรื่องยาก

เพราะอะไร เพราะปัจจัยทางเศรษฐกิจของโลกในขณะนี้ต้องบอกว่าอยู่ในสภาวะที่ไม่ค่อยจะแน่นอนนัก เศรษฐกิจสหรัฐที่บอกว่าดีขึ้น ก็ไม่แน่ว่าจะดีจริงหรือไม่ เพราะยังมีปัญหาเงินเฟ้อที่เฟดบอกว่ายังน่ากังวลอยู่

เศรษฐกิจยุโรปกับวิกฤตหนี้กรีซก็สงบลงไปชั่วคราวเท่านั้น เพราะเงินช่วยของสหภาพยุโรปและไอเอ็มเอฟ 1.3 แสนล้านยูโรนั่นก็ไม่มีใครรับประกันได้ว่าจะช่วยให้กรีซพ้นจากสถานะล้มละลายได้จริงๆ

ซ้ำร้าย ตอนนี้ยุโรปกำลังเจอกับปัญหาใหม่ที่เริ่มส่อแววขึ้นมาเรื่อยๆ คือ สเปน และอิตาลี ที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจแย่จัด และคนตกงานมาก

นั่นหมายความว่า เศรษฐกิจของทั้งสหรัฐและยุโรปจะไม่มีทางหวือหวาไปกว่านี้แล้ว และจะไม่ส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อเท่าไหร่ ซึ่งการลงทุนในทองคำก็จะไม่ร้อนแรงเหมือนที่ผ่านมา

ส่วนปัจจัยความต้องการทองคำจากจีนในช่วงนี้ก็น่าจะแปรผันไปตามการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอตัวลงเช่นกัน ปีนี้อาจจะไม่ใช่ปีทองของทองคำเสียเท่าไหร่ครับ

แต่ทว่าบอกแล้วว่าเรื่องของทองคำนั้นเดายาก วันดีคืนดี เจอปัจจัยอะไรนิดหน่อย สะกิดเข้าก็ขึ้นกันอย่างรุนแรง วันไหนไม่ได้ก็ลงกันทีเกือบร้อยเหรียญ นี่เป็นธรรมชาติของราคาทองคำโลก

ไม่เช่นนั้นคงไม่มีคำเตือน “การลงทุนมีความเสี่ยง” ไว้เตือนใจกันตลอดครับ

 

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์