
เข้มมาตรการสกัดบึ้ม หวั่นสงกรานต์เลือดสาด
เหตุวินาศกรรมคาร์บอมบ์กลางเมืองหาดใหญ่ จ.สงขลา และ จ.ยะลา สร้างแรงสั่นสะเทือนจากปักษ์ใต้ลุกลามมาถึงเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร (กทม.)
โดย...ทีมข่าวในประเทศ
เหตุวินาศกรรมคาร์บอมบ์กลางเมืองหาดใหญ่ จ.สงขลา และ จ.ยะลา สร้างแรงสั่นสะเทือนจากปักษ์ใต้ลุกลามมาถึงเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยเฉพาะในช่วงใกล้เทศกาลวันสงกรานต์ที่ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวคนต่างชาติ จะมาร่วมเฉลิมฉลองกันอย่างคับคั่ง ทำให้งานหนักตกอยู่ที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงซึ่งต้องจับตาอย่างเข้มงวด
ที่สำคัญคือ ตลอดช่วงสัปดาห์หน้ายังมีงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ในวันที่ 9 เม.ย. และมีกิจกรรมต่อเนื่องถึงวันที่ 12 เม.ย. จากนั้นจะมีกิจกรรมในเทศกาลสงกรานต์ ตั้งแต่วันที่ 13-16 เม.ย. ซึ่งไม่อาจประมาทต่อเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
ล่าสุด พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีคำสั่งด่วนที่สุดถึง ผบช.น. ผบช.ภ.19 และ ผบช.ศชต. ผบช.ส. ผบช.สตม. ผบช.ก. และ ผบช.ตชด. ให้เพิ่มความเข้มในการรักษาความปลอดภัย
คำสั่ง ผบ.ตร. ระบุว่า ภัยคุกคามจากการก่อการร้ายและผลจากการจับกุมกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ในพื้นที่ กทม.ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทำให้ต้องเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาที่ กทม. เช่น ถนนข้าวสาร ถนนสุขุมวิท จ.เชียงใหม่ จ.ภูเก็ต เมืองพัทยา และสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอื่นๆ จึงขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินมาตรการเชิงรุก
ทั้งนี้ ผบ.ตร. มีคำสั่งให้สันติบาลเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยสถานทูต สถานกงสุล และบุคคลสำคัญทางการทูต ขณะเดียวกันให้เพิ่มความเข้มในการตรวจตรา โดยจัดกำลังสายตรวจเดินเท้า สายตรวจรถยนต์ รถจักรยานยนต์ สุนัขตำรวจ และตั้งจุดตรวจ จุดสกัด เพื่อตรวจบุคคล ยานพาหนะ รอบบริเวณสถานที่สำคัญ รวมทั้งตรวจสอบอาคารสูง จุดสูงข่ม รอบบริเวณภายในรัศมี 300 เมตร เพื่อป้องกันอาวุธวิถีโค้ง ที่อาจพุ่งเป้าสถานทูต สถานกงสุล ตลอดจนสถานที่ท่องเที่ยว สถานที่ทางศาสนา แหล่งท่องเที่ยว สถานประกอบการภาคธุรกิจ ร้านอาหาร ซึ่งเป็นที่นิยมพบปะสังสรรค์
พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ สั่งการอีกว่า ให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เพิ่มความเข้มในการตรวจการเดินทางเข้าออกของบุคคลสัญชาติเป้าหมายทุกช่องทาง โดยต้องวิเคราะห์เส้นทางการเดินทาง รวมทั้งตรวจสอบบุคคลสัญชาติเป้าหมายที่เข้าพักในโรงแรม หรือที่พักอาศัยในพื้นที่รับผิดชอบอย่างจริงจัง
ขณะเดียวกันให้ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) จัดชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติได้ทันทีที่ได้รับการร้องขอ หรือมีคำสั่ง
ขณะที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. สั่งเรียกประชุมกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร (กอ.รมน.กทม.) เพื่อวางมาตรการป้องกันและรับมือเหตุวินาศกรรมร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้น โดย กทม.จะติดตั้งกล้องซีซีทีวีรอบพื้นที่สนามหลวง 129 ตัว และตรวจสอบความพร้อมของกล้องซีซีทีวีให้พร้อมใช้งานได้จริง
นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ กทม. ได้มีคำสั่งตั้ง “ศูนย์อำนวยการเหตุการณ์รักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ กทม.” เพื่อรับแจ้งเหตุ โดยมีรองปลัด กทม. สลับกันทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการศูนย์ตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ ได้สั่งการให้สำนักงานเขตกำชับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ เช่น เจ้าหน้าที่กวาด พนักงานเก็บขนขยะ คนสวน อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) และเครือข่ายภาคประชาชน ให้ช่วยเป็นหูเป็นตาแก่ทางราชการ หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือบุคคลต้องสงสัย ให้แจ้งผู้บังคับบัญชา หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทราบทันที หรือติดต่อที่หมายเลข 199 สายด่วน 1555 และโทร. 02-224-2940-41
อย่างไรก็ตาม ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ตั้งข้อสังเกตว่า ในวันที่ 10 เม.ย.นี้ จะเป็นวันครบรอบเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ซึ่งอาจจะมีคนบางกลุ่มจัดกิจกรรมรำลึกเหตุการณ์ จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องคำนึงถึงความเหมาะสม และวิงวอนให้แยกย้ายกันไปอย่างสงบ







