posttoday
สงกรานต์ปีนี้สะพัดแสนล.สูงสุด6ปี

สงกรานต์ปีนี้สะพัดแสนล.สูงสุด6ปี

05 เมษายน 2555

ผลขึ้นค่าจ้าง300แนะดูค่าครองชีพคุมดีเซล33บาท

ผลขึ้นค่าจ้าง300แนะดูค่าครองชีพคุมดีเซล33บาท

หอการค้าฯ คาดสงกรานต์ปีนี้คึกสุดรอบ 6 ปี สะพัด 1.03 แสนล้าน เหตุขึ้นค่าจ้าง 300 บาท คนรู้สึกมีเงิน แต่ยังระวังใช้จ่ายค่าครองชีพแพง

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลสงกรานต์จาก 1,184 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 27 มี.ค.-1 เม.ย.ที่ผ่านมา พบว่าการใช้จ่ายช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้จะมีเงินสะพัด 1.03 แสนล้านบาท เพิ่มจากปีก่อน 7.1% มูลค่า 9.64 หมื่นล้านบาท ถือว่าคึกคักสุดในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่ปี 2550 เนื่องจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่ามีรายได้เพิ่ม และยังเป็นวันหยุดยาว จึงมีการวางแผนท่องเที่ยวและใช้จ่ายสังสรรค์เพิ่ม

สำหรับแผนการใช้จ่ายช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ในด้านจำนวนชิ้นของสิ่งของที่ซื้อส่วนใหญ่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ด้านมูลค่าใช้จ่ายเพิ่ม 37.4% โดย 57.7% วางแผนจะไปเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยจำนวนนี้เป็นการเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศถึง 14.5% สูงสุดในรอบ 6 ปีเช่นกัน

ผลสำรวจพบว่าแผนการใช้จ่ายช่วงสงกรานต์ส่วนใหญ่ 33% จะเป็นการใช้สังสรรค์จัดเลี้ยง รองลงมา คือ ใช้ทำบุญ 27.3% ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 24.2% และที่น่าเป็นห่วง คือ ค่าใช้จ่ายในการซื้อสุราปีนี้สูงถึง 11.7% หรือเฉลี่ยอยู่ที่ 962.83 บาทต่อหัว เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีเพียง 4.9% ที่มีมูลค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 710.30 บาทต่อหัว

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าค่าครองชีพมีการปรับตัวแพงขึ้น จึงทำให้ผู้บริโภคยังระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยอยู่ จะเห็นได้จากจำนวนชิ้นที่ซื้อที่ไม่ใกล้เคียงกับปีก่อน เนื่องจากส่วนหนึ่งไม่มั่นใจว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวเต็มที่ ดังนั้นเห็นว่าภาครัฐควรเข้ามาช่วยดูแลค่าครองชีพอย่างใกล้ชิด เพื่อคุมราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวันไม่ให้ปรับสูงขึ้น

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า รัฐบาลควรคุมราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 33 บาทต่อลิตร เพื่อไม่ให้มีการปรับขึ้นราคาสินค้าเร็วเกินไป เพื่อลดแรงกดดันไม่ให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานฟื้นกลับมาเร็ว เพราะล่าสุดอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ระดับ 2.8-2.9% ใกล้เคียงกับเพดานที่กำหนดไว้ 3% ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าฟื้นเร็วกว่าที่คาด ซึ่งจะส่งผลให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องใช้นโยบายการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วตามไปด้วย ขณะที่ผู้ประกอบการน่าจะปรับตัวรับการขึ้นดอกเบี้ยประมาณไตรมาส 4 ของปีนี้

นอกจากนี้ ยังได้มีการสำรวจถึงผลกระทบจากเหตุการณ์ระเบิดในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จากผู้ประกอบการท่องเที่ยว 240 ราย พบว่าได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้มากถึงมากที่สุดรวม 75% โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวลดลง 86.1% รายได้ผู้ประกอบการลดลง 86.1% ยอดจองโรงแรมลดลง 83.9% และมีการยกเลิกทัวร์แล้ว 61.3% หรือทำให้นักท่องเที่ยวหายไปประมาณ 1-1.5 หมื่นคน จาก 4 หมื่นคน คาด 3 เดือนกว่าจะกลับมาฟื้นได้ เสียหาย 5,000-1 หมื่นล้านบาท กระทบจีดีพี 0.05%

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท