
โลกมองไทย
แม้จะเผชิญหน้ากับน้ำท่วมครั้งใหญ่ในรอบ 50 ปีเมื่อปลายปีที่แล้ว จนส่งผลกระทบกระเทือนมหาศาลต่อบรรดาโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอุตสาหกรรมรถยนต์
แม้จะเผชิญหน้ากับน้ำท่วมครั้งใหญ่ในรอบ 50 ปีเมื่อปลายปีที่แล้ว จนส่งผลกระทบกระเทือนมหาศาลต่อบรรดาโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอุตสาหกรรมรถยนต์
แต่ประเทศไทยก็ยังคงเป็นหนึ่งในตลาดเป้าหมายหลักของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ร่วมกันกับอินโดนีเซีย ให้ญี่ปุ่นใช้เป็นฐานขยายตลาดรถยนต์ในภูมิภาคอาเซียน
เคียวอิจิ ทานาดะ เจ้าหน้าที่จากบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ หนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของญี่ปุ่น กล่าวว่า การขยายตัวของตลาดรถยนต์ในอาเซียนจะยังคงดำเนินต่อไปโดยมีไทยและอินโดนีเซียเป็นศูนย์กลาง
ด้านโมริฟูมิ ฮิโกะ ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยโนมูระให้เหตุผลว่า สิ่งที่ทำให้ไทยและอินโดนีเซียมีความแข็งแกร่งพอที่จะเป็นศูนย์กลางตลาดสำหรับการขยายฐานการผลิตก็คือช่องว่างรายได้ของประชากรมีน้อย และมีจำนวนชนชั้นกลางมากกว่าประเทศอื่นๆ เช่น อินเดีย
“สิ่งนี้ทำให้ไทยและอินโดนีเซียเป็นตลาดที่มีแนวโน้มคึกคักสดใส” ฮิโกะ กล่าว
ข้อสรุปที่ได้ส่งผลให้บรรดาบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ทั้งหลายของญี่ปุ่น ไล่เรียงตั้งแต่ โตโยต้า ฮอนด้า มิตซูบิชิ นิสสัน และซูซูกิ วางแผนเดินหน้าขยายตลาดในอาเซียน โดยเฉพาะการขยายกำลังการผลิตในอินโดนีเซียและไทย
สำหรับอินโดนีเซีย โตโยต้า มีแผนจะขยายกำลังการผลิตให้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายในปี 2557 ด้วยงบประมาณกว่า 4.13 หมื่นล้านเยน ขณะที่ฮอนด้าทุ่มงบ 2.7 หมื่นล้านเยน เพิ่มกำลังการผลิตให้ได้ 1.8 แสนคัน และนิสสันมีแผนที่จะเพิ่มกำลังการผลิตให้ได้ 2.5 แสนคันภายใน 2 ปีข้างหน้า
ส่วนประเทศไทย แม้แผนขยายกำลังการผลิตต้องหยุดชะงักเนื่องจากน้ำท่วม แต่ด้วยศักยภาพที่มีอยู่เต็มเปี่ยม และอนาคตของตลาดที่ยังโตได้อยู่ ผู้ผลิตรถญี่ปุ่นจึงคงแผนขยายกำลังการผลิตไว้ เพียงแต่อาจจะเริ่มดำเนินล่าช้าไปอีกหนึ่งปี







