
รับผิดชอบหน่อย
โดย...ธนพล ไชยภาษี
โดย...ธนพล ไชยภาษี
เมื่อวานนี้ โจว เสี่ยวฉวน ผู้ว่าการธนาคารกลางจีน ตอกใส่สหรัฐว่าจะทำอะไรให้มีความรู้สึกผิดชอบต่อโลกหน่อย โดยเฉพาะการออกนโยบายทางการเงินอย่างคิวอี เพราะออกมาเมื่อไหร่ก็เจ็บกันทั่วโลก ดีนะดีแต่กับเศรษฐกิจสหรัฐอย่างเดียว แต่ทำประเทศอื่นเขาเดือดร้อนกันหมด
แน่นอนครับ เพราะสหรัฐพิมพ์แบงก์ได้เองเฟดออกคิวอีเมื่อไหร่ก็พิมพ์แบงก์เพิ่ม เพื่อมากว้านซื้อคืนพันธบัตรของตัวเอง ทำให้เงินเหรียญสหรัฐในระบบเศรษฐกิจล้นไปหมด ผลสุดท้ายทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อน แต่พานทำให้ค่าเงินประเทศอื่นแข็งกันหมด ซ้ำเงินที่ล้นตลาดสหรัฐก็ออกมาเก็งกำไรในเอเชียทำกันเดือดร้อนกันถ้วนหน้า
นี่คือสิ่งที่จีนกำลังพุ่งเป้าโจมตีสหรัฐอย่างหนักในช่วงนี้ เพราะเป็นหนึ่งในไม่กี่สิ่งที่จีนพอจะอัดสหรัฐกลับได้
แต่เอาเข้าจริงก็ทั้งคู่นั่นแหละครับ ที่ไร้ความรับผิดชอบพอกัน สหรัฐพิมพ์เงินเองโดยไม่สนใจว่าใครจะเดือดร้อน ส่วนจีนก็ทำการค้าแบบไม่เป็นธรรม
ไม่เป็นธรรมอย่างไร?
การที่จีนตรึงค่าเงินหยวนให้อ่อนกว่าความเป็นจริงถึงราว 20% และปฏิเสธไม่ใช้กลไกตลาดเป็นตัวกำหนดอัตราแลกเปลี่ยน นั่นแหละครับคือสิ่งที่เห็นแก่ตัวที่สุด
เพราะนั่นเท่ากับเป็นการแทรกแซงจากภาครัฐต่อการค้าระหว่างประเทศ ทำให้สินค้าจีนมีราคาถูกกว่าคนอื่น ทำให้ค่าจ้างคนจีนถูกกว่าชาวบ้าน อย่างนี้จะเรียกว่าเป็นการทำการค้าที่เสรีและยุติธรรมได้อย่างไร
ซึ่งประเด็นนี้สหรัฐก็อัดจีนมาโดยตลอด ว่าจีนควรจะลอยค่าเงินหยวนให้มากกว่านี้ ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ
แต่จีนรู้ดีครับ ถ้าลองปล่อยลอยหยวนอย่างอิสระเมื่อไหร่ เมื่อนั้นเศรษฐกิจจีนพังครืนอย่างแน่นอน เพราะจีนยังคงต้องพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก รายได้หลักของประเทศก็มาจากภาคการผลิต และการส่งออกที่ทำให้จีนได้ดุลการค้าแต่ละปีคิดเป็นเงินมหาศาล และที่สำคัญกำลังทำให้มะกันเจ๊งไม่เป็นท่า
แต่ถ้าว่าสิ่งที่จีนทำนั้นถูกต้องหรือไม่ ก็ต้องตอบว่าไม่ถูก เพราะจีนไม่มีทางเลือก
นักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่า การที่สหรัฐใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนปรนเชิงปริมาณหรือคิวอีนั้น ลึกๆ แล้วดูเหมือนว่าสหรัฐอยากจะเอาคืนจีนเหมือนกัน คือปล่อยให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนยวบลงไปบ้างนั่นแหละครับ
แต่เผอิญไม่ได้จีนชาติเดียวที่ได้รับผลกระทบ เอเชียทั้งภูมิภาคและประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก ที่ต้องพึ่งพากันส่งออกเจ็บตัวกันเป็นแถวๆ เมื่อครั้งที่เฟดใช้คิวอี 2 เมื่อปลายปี 2010 ต่อเนื่องมายังปี 2011
สรุปแล้ว การค้าโลกก็ยังเป็นเรื่องของมหาอำนาจชนกัน เป็นการฟัดกันระหว่างจีนกับสหรัฐ โดยที่ทั้งสองก็ไม่ได้รู้สึกถึงความรับผิดชอบ หรือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับชาติอื่นๆ ที่เหลือเสียเท่าไหร่
อย่างว่าครับ ช้างสารชนกัน หญ้าแพรกก็แหลกลาญทุกที







