
โลกมองไทย
เว็บไซต์ยูเอ็น ดิสแพช ของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) รายงานเมื่อวันที่ 2 เม.ย.
เว็บไซต์ยูเอ็น ดิสแพช ของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) รายงานเมื่อวันที่ 2 เม.ย. ว่า เหตุระเบิดที่ จ.ยะลา และสงขลา ของไทยช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไป 13 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 300 คน นั้นสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการก่อการร้ายในไทย ซึ่งนับวันยิ่งจะทวีความรุนแรงมากขึ้น
รายงานระบุว่า ที่ผ่านมากลุ่มก่อการร้ายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยไม่ได้เป็นที่รู้จักมากนักในเวทีโลก โดยผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า แรงจูงใจในการก่อเหตุของกลุ่มดังกล่าว คือ การแบ่งแยก ไม่ใช่การก่อการร้ายที่เกี่ยวข้องกับลัทธินิยมความสุดโต่งทางศาสนา
ขณะเดียวกันหลายฝ่ายยังเชื่อว่าผู้ก่อเหตุความไม่สงบในไทยไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับขบวนการก่อการร้ายในต่างประเทศ หรือหากจะมีก็ไม่น่าจะเป็นความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดมากนัก
ผู้เขียนมองว่า กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเหล่านี้ต้องการแบ่งแยกดินแดนออกจากไทย เพราะความแตกต่างทางวัฒนธรรม เชื้อชาติ และศาสนา ระหว่างกลุ่มชาวมุสลิมเชื้อสายมาเลย์ และกลุ่มชาวพุทธเชื้อสายไทย
วันเดียวกัน เว็บไซต์นิตยสารไทม์ รายงานว่า จ.ยะลา นราธิวาส และปัตตานี เป็นเพียง 3 จังหวัดในไทยที่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม โดยที่ผ่านมานั้นประชาชนในพื้นที่เหล่านี้ได้ร้องเรียนว่าถูกรัฐบาลเลือกปฏิบัติมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการวิสามัญฆาตกรรม การถูกละเลยจากภาครัฐ ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่มีสภาพความเป็นอยู่ที่ลำบาก
ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดเหตุความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยมีผู้เสียชีวิตแล้วทั้งหมดกว่า 5,000 คน โดยส่วนใหญ่นั้นผู้ก่อเหตุจะเลือกโจมตีทหารและตำรวจ
ทว่า ที่ผ่านมาก็มีการโจมตีย่านธุรกิจที่สำคัญเช่นกัน ดังเช่นเหตุลอบวางระเบิดล่าสุดที่โรงแรมลี การ์เดนส์ พลาซ่า ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา







