
กู้เงิน4.7หมื่นล.ปรับโฉมรฟท.
ครม.ไฟเขียว ร.ฟ.ท.กู้เงิน 4.7 หมื่นล้านบาท ซื้อหัวรถจักรโบกี้ใหม่
ครม.ไฟเขียว ร.ฟ.ท.กู้เงิน 4.7 หมื่นล้านบาท ซื้อหัวรถจักรโบกี้ใหม่
นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 เม.ย. คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบและอนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กู้เงิน 4.76 หมื่นล้านบาท เพื่อปรับโครงสร้างหนี้บรรเทาปัญหาการขาดสภาพคล่องและลงทุนในโครงการของ ร.ฟ.ท. และให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้
สำหรับแผนการกู้เงินแบ่งเป็น 1.ปรับโครงสร้างหนี้ 1.32 หมื่นล้านบาท 2.ดำเนินกิจการทั่วไปและอื่นๆ 3,920 ล้านบาท 3.จัดหาหัวรถจักรดีเซลไฟฟ้า 20 คัน และโบกี้บรรทุกสินค้า 308 คัน เป็นวงเงิน 4,070 ล้านบาท และ 4.โครงการสร้างระบบขนส่งเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โครงการจัดหาหัวรถจักรและอะไหล่ 50 คัน โครงการบูรณะรถจักรดีเซลไฟฟ้าอังสตรอม 56 คัน และจัดหารถโดยสารรุ่นใหม่เชิงพาณิชย์ 115 คัน วงเงิน 2.64 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ ครม.มีมติอนุมัติให้ใช้เงินกู้เพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (ดีพีแอล) จำนวน 1,820 ล้านบาท รวมทั้งเห็นชอบให้สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (สพพ.) กู้เงินจากธนาคารพาณิชย์หรือธนาคารเฉพาะกิจ เพื่อนำไปปล่อยกู้ให้รัฐบาลลาววงเงิน 190.7 ล้านบาท เพื่อใช้โครงการปรับปรุงถนนในนครหลวงเวียงจันทน์ เพื่อรองรับการเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียยุโรป (อาเซียนซัมมิต) ครั้งที่ 9 โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.5% ตลอดอายุสัญญา 20 ปี ปลอดหนี้ 5 ปี
ในขณะเดียวกัน ครม.ยังมีมติอนุมัติงบกลางปีงบ 2555 จำนวน 1,440 ล้านบาท รับซื้อสับปะรดส่วนเกินออกนอกระบบในปริมาณ 2 แสนตัน ที่ราคากิโลกรัมละ 4 บาท เพื่อแก้ปัญหาผลผลิตสับปะรดล้นตลาดใน 20 จังหวัด และขยายโครงการเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการโรงงานแปรรูปสับปะรด เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาสับปะรดที่จะสิ้นสุดในวันที่ 31 พ.ค. 2555 เป็นสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 2555 โดยมาตรการดังกล่าวเป็นการอนุมัติผู้ประกอบการให้ใช้เงินกู้ยืมจาก ธ.ก.ส. ในวงเงิน 1,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปี







