
ภาษีช่วยค่าแรง
ชงอุ้มเอสเอ็มอีผ่อนต้นทุนค่าจ้าง300บาท/หอการค้าฯฟันธงเจ๊งแน่2แสนราย
ชงอุ้มเอสเอ็มอีผ่อนต้นทุนค่าจ้าง300บาท/หอการค้าฯฟันธงเจ๊งแน่2แสนราย
3 กระทรวงชงมาตรการอุ้มเอสเอ็มอี หนีผลกระทบค่าจ้าง 300 บาท หอการค้าฯ ระบุเจ๊งแน่ 2 แสนราย
นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงาน ร่วมกับกระทรวงการคลังและกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ข้อสรุปมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ซึ่งได้รับผลกระทบจากนโยบายค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท แล้ว 3 มาตรการ คือ
1.ให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์)จัดสินเชื่อเพื่อการพัฒนาผลิตภาพแก่เอสเอ็มอี วงเงินกู้ 2 หมื่นล้านบาท
2.เสนอยกเว้นภาษีเงินได้จากการขายเครื่องจักรเก่าเพื่อการซื้อเครื่องจักรใหม่ มาตรการหักค่าเสื่อมเครื่องจักรโดยให้สามารถหักค่าเสื่อมราคาของเครื่องจักรใหม่ได้ 100% ในปีแรก แทนการทยอยหักค่าเสื่อมภายใน 5 ปี
3.ให้ธุรกิจเอสเอ็มอีทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ซึ่งมีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท รายได้ไม่เกินปีละ 30 ล้านบาทนำส่วนต่างของอัตราค่าจ้างเดิมและค่าจ้างใหม่ไปหักลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า โดยจะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในเร็วๆ นี้
ด้านนายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า 6 เดือนจากนี้จะเห็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีประมาณ 10% หรือประมาณ 2 แสนราย จากจำนวนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้งระบบ 2.2 ล้านราย ต้องปิดกิจการลงและย้ายฐานการลงทุนไปประเทศอื่น เพราะต้นทุนสูงขึ้น
“ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบชัดเจนจะเป็นธุรกิจบริการ เช่น ธุรกิจดูแลรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจรับทำความสะอาด และธุรกิจโรงงาน ที่ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่ใช้แรงงานจำนวนมากต้องลดคนลงเพื่อลดค่าใช้จ่าย” นายภูมินทร์ กล่าว
นายภูมินทร์ กล่าวว่า ภาครัฐควรตั้งกองทุนดูแลผู้ได้รับผลกระทบ วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท และลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% เหลือ 23% หากรัฐบาลยังไม่มีมาตรการรองรับที่ชัดเจน เชื่อว่าจะทำให้ยอดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศลดลง 25%







