posttoday
อองซานซูจี

อองซานซูจี

03 เมษายน 2555

วินาทีนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก อองซานซูจี ก็คงจะเชยไปสักหน่อย ชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อมในพม่าของซูจี

โดย...ธนพล ไชยภาษี

วินาทีนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก อองซานซูจี ก็คงจะเชยไปสักหน่อย ชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อมในพม่าของซูจี ถือว่าเป็นการจุดประกายความหวังของประชาชนชาวพม่าทั้งประเทศก็ว่าได้ หลังจากถูกกดขี่จากระบบเผด็จการทหารมานานกว่า 30 ปี ทุกวันนี้คนพม่าก็จะพูดกันถึงแต่อนาคตที่มีความหวัง อนาคตที่น่าจะสดใสขึ้น ทั้งทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจครับ

เรามาทำความรู้จักกับซูจีกันดีกว่า ซูจี ปัจจุบันมีอายุ 66 ปีแล้ว เธอเป็นธิดาของนายพลอองซาน ผู้นำการเรียกร้องอิสรภาพจากอังกฤษ พ่อของเธอเป็นคนมีชื่อเสียงในพม่าครับ ส่วนแม่คือ ดอว์ขิ่นจี มีพี่น้องทั้งหมด 3 คน อีกสองคนเป็นผู้ชาย เสียชีวิตไป 1 คน จากการจมน้ำเมื่ออายุ 8 ขวบ อีกคนอพยพไปอยู่ซานดิเอโกในสหรัฐ เป็นชาวอเมริกันไปแล้ว

ซูจีจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ในปี 2512 และแต่งงานกับ ดร.ไมเคิล อริส ชาวอังกฤษ มีลูกชาย 1 คน คือ อเล็กซานเดอร์ อริส

เพราะเหตุใด ทำไมถึงซูจีได้รับการนับถืออย่างสูงจากหมู่ชาวตะวันตกและคนทั่วโลก ก็เพราะแนวทางการต่อสู้ของเธอที่เป็นการต่อสู้เพื่อประเทศอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว แต่นำเอาคำว่าประชาธิปไตยมาบังหน้าเหมือนใครบางคนในประเทศแถวๆ นี้ครับ

ซูจีกลับมาพม่าในปี 2531 พร้อมกับความวุ่นวายทางการเมืองในพม่า ด้วยความที่เธอมีสายเลือดของนายพลอองซาน ที่ชาวพม่าให้การเคารพรักอย่างสูง ซูจีถูกวางตัวให้เป็นผู้นำการเคลื่อนไหวทางประชาธิปไตย จนกระทั่งถึงเหตุการณ์นองเลือดในวันที่ 8 ส.ค. 2531 นั่นแหละครับ 1 ปีต่อมา ในวันที่ 20 ก.ค. 2532 ซูจีก็ถูกจับขังในบ้านพักของเธอเป็นครั้งแรก และก็เข้าๆ ออกๆ มานับสิบครั้งนับแต่นั้น

ความเสียสละเพื่อประเทศชาติของซูจีได้รับการยกย่องจากคนทั้งโลก เมื่อปี 2540 ดร.อริส ป่วยเป็นมะเร็ง รัฐบาลทหารพม่าไม่ให้ ดร.อริส เข้าพม่าเพื่อมาหาซูจี แต่กลับกดดันให้ซูจีเดินทางออกไปยังอังกฤษเพื่อเยี่ยมสามีแทน เพื่อที่จะสกัดไม่ให้เธอกลับพม่าอีก

แต่ซูจีเลือกที่จะไม่เดินทางออกไปนอกประเทศครับ เธอเสียสละไม่ไปเยี่ยมสามี เพราะเกรงว่าออกไปแล้วจะไม่ได้กลับเข้ามาต่อสู้เพื่อชาวพม่าอีก จนสามีของเธอเสียชีวิตที่อังกฤษนั่นแหละครับ เธอก็ไม่ได้เห็นหน้าสามีเป็นครั้งสุดท้าย

และที่สำคัญที่สุด ตลอดระยะเวลาที่เธออยู่ในพม่าในช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมานั้น เธอถูกกักตัวอยู่ในบ้านคิดเป็นเวลานานกว่า 15 ปีทีเดียว รัฐบาลทหารพม่าเดี๋ยวจับเดี๋ยวปล่อยเธอมากกว่า 10 ครั้ง ซูจี เปิดเผยว่า เธอใช้สมาธิการนั่งวิปัสสนาและอ่านหนังสือเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เธอต่อสู้มาได้จนถึงทุกวันนี้

เรียกได้ว่า กว่าจะได้คำว่า วีรสตรีประชาธิปไตย ซูจีได้เสียสละเรื่องส่วนตัว แม้กระทั่งชีวิตส่วนหนึ่งของตัวเองเพื่อประชาชนและประเทศพม่าอย่างแท้จริง ไม่เหมือนใครบางคนแถวประเทศสารขัณฑ์ เอาแต่หนีคดี ขายังไม่เคยจะเฉียดคุกด้วยซ้ำ แต่ชอบโอ้อวดว่าตัวเป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย

เทียบกันไม่ได้จริงๆ ครับ!

ข่าวล่าสุด

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก