
รวมพลังประณาม
ไม่ว่าการก่อเหตุร้ายใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และ จ.ยะลา เมื่อวันที่ 31 มี.ค. จะเป็นฝีมือของคนร้ายกลุ่มใดก็ตาม เราก็ขอประณามคนเหล่านั้น
ไม่ว่าการก่อเหตุร้ายใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และ จ.ยะลา เมื่อวันที่ 31 มี.ค. จะเป็นฝีมือของคนร้ายกลุ่มใดก็ตาม เราก็ขอประณามคนเหล่านั้น และสังคมไทยไม่ควรจะเงียบงันเพราะความหวาดกลัวหรือไม่เอาธุระเพราะถือว่าเป็นเรื่องที่ไกลตัว เพราะเหตุเกิดในพื้นที่ที่เราไม่ได้เกี่ยวข้อง เพราะการกระทำเช่นนั้นยิ่งจะทำให้มีการก่อเหตุเช่นนี้โดยย่ามใจขึ้นอีก
หลายปีที่ผ่านมา ฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ใช้ความระมัดระวังในการแก้ไขปัญหา เพราะตระหนักดีว่ารากเหง้าของปัญหาไม่ได้เกิดจากเหตุใดเหตุหนึ่งเป็นการเฉพาะ หากแต่ปะปนทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประวัติศาสตร์ ความไม่ยุติธรรม ฯลฯ การแก้ไขปัญหาต้องมีรูปแบบที่หลากหลายเหมาะสม โดยมีพระบรมราโชวาทเรื่องการเข้าใจเข้าถึง และพัฒนาเป็นธงชัยและเป็นธงนำ ซึ่งเป็นทิศทางที่ถูกต้องแล้วและควรดำเนินการต่อไป
ในทางกลับกันมีคำอธิบายของการก่อเหตุหลายๆ ครั้งว่า เป็นเพราะความคับแค้นใจ เพราะไม่ได้รับความยุติธรรมจากรัฐหรือเจ้าหน้าที่รัฐ แต่เหตุที่เกิดขึ้นเป็นที่ยอมรับไม่ได้เลยว่าถึงปัญหาเหล่านั้นยังจะไม่ได้รับการแก้ไขให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่ใครก็ตามจะเอาเหตุนั้นมาก่อเหตุวางระเบิดสังหารผู้บริสุทธิ์เป็นผักปลาอย่างที่เกิดขึ้นไม่ได้
ใครก็ตามที่ทำเรื่องนี้สมควรถูกประณามและไม่มีสิทธิอวดอ้างว่าทำไปเพื่ออุดมการณ์ หรือเป็นไปเพื่ออุทิศตนเพื่อความเชื่อที่ดีงามใดๆ ได้เลยแม้แต่นิด หากแต่เป็นกลุ่มคนหรือขบวนการที่ลงมือเพื่อหวังประโยชน์และพร้อมที่จะทำสิ่งใดๆ ก็ได้ที่คนเป็นมนุษย์โดยทั่วไปไม่สามารถทำได้ เพียงเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น
เหตุความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ทวีความรุนแรงมาอย่างต่อเนื่อง แต่การแก้ไขปัญหายังไม่ทุเลาลงในเร็ววัน เพราะส่วนกลางเองมีปัญหาเรื่องความไม่มั่นคงทางการเมืองและมีความขัดแย้งกันในทางการเมืองระดับชาติ แต่ระเบิดเที่ยวล่าสุดนี้ได้เตือนให้ตระหนักร่วมกันว่าสังคมไทยไม่อาจทิ้งให้คนในพื้นที่และเจ้าหน้าที่ไปเผชิญชะตา กรรมเพียงลำพังได้อีกต่อไป
เราต้องไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงในทุกกรณี เราต้องเป็นเดือดเป็นร้อนกับทุกข์สุขของเพื่อนร่วมชาติ เราต้องตั้งคำถามกับการบริหารจัดการของรัฐบาล ฯลฯ เพราะใต้ภูเขาน้ำแข็งของปัญหามีอีกหลายเรื่องที่เป็นปัญหาในการจัดการจริงๆ อาทิ การติดตั้งกล้องวงจรปิดในพื้นที่ หรือแม้แต่เรื่องเสื้อเกราะของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ยังมีปัญหาเรื่องงบประมาณ หรือความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ต้องได้รับการดูแลและพัฒนาอย่างจริงจัง เป็นต้น
การออกอาการขึงขังปึงปังของผู้บริหารรัฐบาลว่า รู้คนก่อเหตุแล้วก็ดี หรือห่วงใยว่าเรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจนั้น มันไม่เพียงพอ นายกรัฐมนตรีต้องทำให้เกิดการบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ไม่ใช่พ่นน้ำลายเพื่อให้รอดตัวไปวันๆ แบบนักการเมืองที่ไม่รับผิดชอบ







