
แดงเหนือฟุ้งระดมคน 1.5 แสนคนบุกกรุง
เสื้อแดงภาคเหนือเผยระดมคน 1.5 แสนบุกกทม.ใช้รถกระบะหมื่นคัน ขู่โดนจับที่ไหนจอดรถทิ้งขวางถนนทันที
เสื้อแดงภาคเหนือเผยระดมคน 1.5 แสนบุกกทม.ใช้รถกระบะหมื่นคัน ขู่โดนจับที่ไหนจอดรถทิ้งขวางถนนทันที
นายนาวิน บุญเศรษฐ อดีต สส.พรรคไทยรักไทย ผู้ประสานงานกลุ่มคนเสื้อแดงภาคเหนือ และเป็นอดีต เลขานายกรัฐมนตรี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ กล่าวถึงแผนการเคลื่อนไหวการเดินทางเข้าชุมนุมประท้วงในกรุงเทพฯ ว่า คนเสื้อแดง ภาคเหนือตอนบนจะนำทัพโดยนายนาวิน บุญเศรษฐ จะออกเดินทางเช้าวันที่ 12 มี.ค. 2553 และมารวมพลกันที่สนามกีฬากลาง จ.นครสวรรค์ เพื่อรวมตัวกับทีมของ ดร.ประแสง มงคลศิริ อดีตสส. จ.อุทัยธานี ที่จะนำคนเสื้อแดงภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบนมาสมทบ ซึ่งคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 150,000 คน จะใช้รถกระบะ 1 คัน บรรทุกคน 15 คน ซึ่งจะต้องใช้รถกระบะ 10,000 คัน ส่วนเรื่องที่ว่านั่งท้ายกระบะรถแล้วจะถูกจับนั้น ซึ่งถ้าถูกจับสถานีตำรวจภูธรใด ก็จะจอดรถทิ้งขวางกลางถนนตรงนั้น
ทั้งนี้การเดินทางภาพรวมจะเคลื่อนพลจากสนามกีฬา จ.นครสวรรค์ โดยจะใช้ฤกษ์เช้าตรู่เสาร์ที่ 13 มี.ค. 2553 ในเวลา โดยยืนยันว่าจะไม่สร้างความรุนแรงใดๆอย่างเด็ดขาด ในส่วนของพื้นที่ จ.พิจิตรที่มี นายนาวิน บุญเศรษฐ์ เป็นอดีต สส.พิจิตร ในผลัดแรก จะมีการเดินทางเข้าร่วม 1,000 คน ส่วนผลัดที่ 2 และ ผลัดอื่นๆ ที่มีอาสาสมัครเสื้อแดงพร้อมเข้าร่วมชุมนุมประมาณ 3-4 พันคน ก็จะสลับสับเปลี่ยนกันไป เนื่องจากหลายคนติดภารกิจส่วนตัวเกี่ยวข้าวนาปรัง ซึ่งถ้าเก็บเกี่ยวเสร็จแล้วก็จะไปร่วมชุมนุม ดังกล่าว
สำหรับการเตรียมมาตรการป้องกันคนเสื้อแดงเข้าร่วมชุมนุมในกรุงเทพฯคราวนี้ก็ปรากฏว่า จ.พิจิตร โดย นายสุวิทย์ วัชโรทยางกูร ผวจ.พิจิตร ก็ใช้ฤกษ์ในวันที่ 14 มี.ค.2553 เป็นวันจ่ายเงินชดเชยชาวนาที่ข้าวในแปลงนาได้รับความเสียหายจากเพลี้ยกระโดสีน้ำตาล ซึ่งล้วนเป็นชาวนาในเขตพื้นที่ของอดีต สส.นาวิน เป็นชาวนาใน 5 อำเภอ คือ บางมูลนาก สากเหล็ก ดงเจริญ วชิรบารมี และวังทรายพูน ซึ่งมีเกษตรกรทั้งสิ้น 5,718 ราย มีพื้นที่เสียหาย 62,861 ไร่ ใช้วงเงินชดเชยทั้งสิ้น กว่า 38 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นแผนสกัดดาวแดงได้อย่างเฉียบขาด







