posttoday
ปรองดอง

ปรองดอง

02 เมษายน 2555

การที่อองซานซูจีได้ลงสมัครรับเลือกตั้งและได้รับเลือกให้เข้าไปนั่งเป็นสมาชิกรัฐสภาคนหนึ่ง

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

การที่อองซานซูจีได้ลงสมัครรับเลือกตั้งและได้รับเลือกให้เข้าไปนั่งเป็นสมาชิกรัฐสภาคนหนึ่ง เป็นสิ่งที่คนพม่าหรือแม้แต่ชาวโลกคงแทบไม่เคยนึกฝันมาก่อนว่าจะมีวันนี้ขึ้นมาจริงๆ

เพราะหากมองย้อนกลับไปเมื่อ 22 ปีก่อน นับตั้งแต่ที่ซูจีและพรรคเอ็นแอลดีถูกปล้นชัยชนะไปในการเลือกตั้งเมื่อปี 1990 และรัฐบาลทหารพม่าเข้ากุมอำนาจเบ็ดเสร็จผ่าน SPDC หรือสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ อนาคตของพม่าก็แทบจะหยุดลงทันที

จากประเทศที่เคยมั่งคั่งและมีผู้แทนที่เป็นถึงเลขาธิการสหประชาชาติคนแรกของเอเชีย (อูถั่น) พม่าในวันนั้นแทบไม่ต่างอะไรกับเกาหลีเหนือ

แต่มาวันนี้ พม่ากำลังจะเป็นอนาคตทางเศรษฐกิจให้กับนักลงทุนหลายๆ ประเทศไปแล้ว

ก่อนจะไปถึงเรื่องนั้น ซึ่งยังเป็นอนาคตอีกยาวไกล เรามาดูกันก่อนว่าชัยชนะที่คาดว่าจะแน่นอนของซูจีจะทำให้พม่าเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง

คงต้องย้ำให้เห็นสักเล็กน้อยว่า การเลือกตั้งซ่อมสส. และ สว.ครั้งนี้ มีที่นั่งเพียง 46 ที่นั่งเท่านั้น จากทั้งหมด 664 ที่นั่ง ซึ่งยังไม่รวมพวกสภาท้องถิ่นและที่นั่งในสภาอีก 25% ที่กันไว้สำหรับทหารโดยเฉพาะ ซึ่งคิดรวมๆ แล้วจะตกเบ็ดเสร็จประมาณ 1,158 ที่นั่งในสภา เท่ากับว่าการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้มีสัดส่วนไม่ถึง 7% เท่านั้น

ดังนั้น การเข้าสภาของซูจีและสมาชิกพรรคเอ็นแอลดีครั้งนี้ จึงยังไม่สามารถผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ได้มากนัก

แต่กระนั้นก็ใช่ว่ารัฐบาลพม่าจะมองฝ่ายของซูจีเป็นไม้ประดับในสภาเสียทีเดียว

เพราะนี่คือชัยชนะในเชิงสัญลักษณ์ของฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งอยู่บนความฝันและความคาดหวังของประชาชนพม่าที่รัฐบาลจะมองข้ามไม่ได้

ขณะเดียวกัน กรณีของซูจีและข้อตกลงหยุดยิงกับบรรดาชนกลุ่มน้อยยังเป็นความคืบหน้าครั้งใหญ่ของกระบวนการปรองดองในพม่าในรอบ 2 ทศวรรษ ที่แสดงให้เห็นถึง “ความหวังและอนาคต” ของประเทศนี้

ถ้าใครได้อ่านหรือดูหนังเรื่อง The Hunger Games คงจะพอเห็นภาพเข้าใจว่า “ความหวัง” นั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในเชิงรัฐศาสตร์การปกครองประชาชน

ในอดีตที่ผ่านมา คนพม่านั้นเรียกได้ว่าไม่มีความหวัง มองไม่เห็นอนาคต และใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ความหวาดกลัวรัฐบาลทหารมานานกว่า 20 ปี แต่ในวันนี้ แม้พวกเขาจะไม่รู้ว่าหลังเลือกตั้งแล้ว ซูจีจะทำให้ชีวิตของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างไร และที่จริงแล้วแทบจะไม่เห็นเลยว่าซูจีวางนโยบายหาเสียงเรื่องปากท้องของประชาชนไว้อย่างไร แต่อย่างน้อยที่สุด พวกเขาก็ศรัทธาในตัวผู้นำหญิงเหล็กคนนี้ และเริ่มมีความหวังถึงอนาคตที่ดีขึ้นของประเทศ ทั้งในแง่สันติภาพ ความปรองดอง และปากท้อง

เห็นแล้วก็ทำให้นึกกลับมามองดูตัวเองกับกระบวนการปรองดองของบ้านเรา ซึ่งเริ่มคุยกันอย่างจริงจังเมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว

อย่าว่าแต่จะสำเร็จหรือไม่เลย แค่ความหวังที่จะเห็นอนาคตร่วมกัน ก็มองไม่เห็นแล้ว

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง