posttoday
สงครามรูปแบบใหม่กับศตวรรษใหม่

สงครามรูปแบบใหม่กับศตวรรษใหม่

02 เมษายน 2555

โดย...รวิภาส กล่ำทวี

โดย...รวิภาส กล่ำทวี

ถ้าพิจารณาบริบทโลกย้อนหลังไปสองทศวรรษ จะเห็นว่าการทำสงครามที่ใช้กองกำลังทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์สมัยใหม่เข้าร่วมในการปฏิบัติการด้วยจะมีเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ได้แก่ การทำสงครามถอนรากถอนโคนผู้ก่อการร้ายในอัฟกานิสถานโดยสหรัฐและประเทศพันธมิตร และการทำสงครามกำจัด ซัดดัม ฮุสเซน ผู้นำอิรักโดยสหรัฐและพรรคพวกกลุ่มเดิม โดยผลของสงครามยังคงยืดเยื้อบานปลาย และยังไม่สามารถบอกได้ว่าความสงบสุขอย่างแท้จริงในสองประเทศจะเกิดขึ้นเมื่อใด

ในปัจจุบันมีแนวโน้มว่าจำนวนสงครามรูปแบบเดิมที่ใช้กำลังทหารจะเริ่มลดน้อยลงไปเรื่อยๆ แต่สงครามรูปแบบใหม่ที่น่ากลัวกว่าสงครามทางการทหาร ได้แก่ “สงครามการค้า” ยิ่งในสถานการณ์ที่แต่ละประเทศจำเป็นต้องสะสมและเพิ่มพูนความมั่งคั่งให้กับตนเองเพื่อความอยู่รอดด้านเศรษฐกิจและเพื่อความกินดีอยู่ดีกินดีของประชากรด้วยแล้ว โอกาสที่จะเกิดความขัดแย้งทางการค้าซึ่งจะนำไปสู่ความขัดแย้งทั้งทางด้านการลงทุนและกิจกรรมทางธุรกิจอื่นๆ ย่อมจะมีสูงเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว

ความหมายโดยรวมของคำว่า “เศรษฐกิจ” ถ้าจะพูดให้ง่ายก็จะหมายความถึง การค้าขายแลกเปลี่ยนทางการค้า (ทั้งการค้าสินค้าและการค้าบริการ) การลงทุน (ทั้งภายในและนอกประเทศ) รวมทั้งการทำธุรกรรมและธุรกิจที่เกี่ยวกับการเงิน (ทั้งในและระหว่างประเทศ) โดยรวมแล้ว การค้าการลงทุนและธุรกิจการเงินเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความเจริญด้านเศรษฐกิจให้แก่ทุกประเทศทั่วโลก

สงครามการค้าในที่นี้ หมายถึงการที่ประเทศใดประเทศหนึ่งทำการค้าในลักษณะที่ถูกพิจารณาว่าเอาเปรียบคู่ค้าหรือสร้างความไม่เป็นธรรม ทั้งทางตรงและทางอ้อม เมื่อความขัดแย้งรุนแรงและบานปลายไม่สามารถหาข้อตกลงผ่านการเจรจาได้ ประเทศที่ได้รับการเอารัดเอาเปรียบก็จะหามาตรการตอบโต้ทางการค้า เช่น การขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าที่มาจากประเทศคู่กรณี หรือการสร้างมาตรการกีดกันการค้าในรูปแบบอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับมาตรการทางภาษี เมื่อความขัดแย้งทางการค้าลุกลามไปทั่วโลก ประเทศต่างๆ จะงัดมาตรการการค้าแบบป้องกันตัวเองมาใช้ ซึ่งนี่แหละจะเป็นสาเหตุหลักนำไปสู่สงครามการค้า

ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นได้ตัดสินใจยื่นข้อร้องเรียนต่อองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ให้ดับเบิลยูทีโอหามาตรการให้จีนผ่อนปรนนโยบายจำกัดและควบคุมการส่งออกสินค้าประเภทแร่ธาตุหายาก (Rare Earth) ที่เป็นสินค้าจำเป็นสำหรับญี่ปุ่นและอีกหลายประเทศในการนำมาใช้เป็นส่วนประกอบผลิตสินค้าไฮเทค เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฮบริด ที่สำคัญก็คือ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การค้าระหว่างจีนกับญี่ปุ่น ที่ญี่ปุ่นยื่นฟ้องร้องต่อจีนต่อองค์การระดับโลก

ญี่ปุ่นถือว่าจีนปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่างไม่เป็นธรรม เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นผู้นำเข้าแร่ธาตุหายากรายใหญ่ที่สุดในโลกจากจีน และการฟ้องร้องดังกล่าวก็เป็นการฟ้องร้องตามหลังสหรัฐและอียูในคดีเดียวกัน

นับตั้งแต่จีนเข้าเป็นสมาชิกดับเบิลยูทีโอเมื่อปี 2544 สหรัฐฟ้องจีนในคดีเกี่ยวกับการค้าที่ไม่เป็นธรรมไปแล้ว 13 คดี อียูฟ้องจีน 6 คดี ขณะที่ญี่ปุ่นเพิ่งเริ่มฟ้องร้องจีนเพียงคดีเดียว แต่ญี่ปุ่นอยู่ในสถานะผู้สังเกตการณ์ในคดีทางการค้าโลกต่างๆ มากถึง 118 คดี

การฟ้องร้องทางการค้าระหว่าง 4 ชาติมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง จีน ญี่ปุ่น สหรัฐ และอียู เกิดขึ้นท่ามกลางยุคของการเปิดเสรีทางการค้าและกระแสความนิยมของการทำข้อตกลงการค้าเสรีทั้งในระดับทวิภาคีและระดับพหุภาคี และถือว่าเป็นการทดสอบความศักดิ์สิทธิ์และความเฉียบขาดในการพิจารณาข้อพิพาททางการค้าของดับเบิลยูทีโอ ที่เป็นองค์กรระดับโลกที่มีภาระหน้าที่ในการจัดระเบียบการค้าโลกให้เป็นไปด้วยความยุติธรรมและเท่าเทียม รวมทั้งพิจารณาบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนกฎข้อบังคับทางการค้าโลกอีกด้วย

คดีฟ้องร้องทางการค้าที่หยิบยกขึ้นมาให้เห็นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความขัดแย้งทางการค้าระหว่างหลายประเทศ แม้กระทั่งระหว่างสหรัฐกับอียูเองก็มีหลายคดี สิ่งที่เกิดขึ้นย่อมเป็นที่ประจักษ์ว่า “มีความขัดแย้งทางการค้าในระดับโลกจริง” และเป็นความขัดแย้งที่มักจะเกิดขึ้นระหว่างชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกด้วยกันเองอีกด้วย ท่านผู้อ่านครับ ถ้าหลายประเทศมองว่าการฟ้องร้องในระดับดับเบิลยูทีโอไม่สามารถสร้างความเป็นธรรมได้ ผลกระทบในเชิงลบที่ตามมาจะมหาศาลและอาจส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจโลก ประเทศที่มีฐานความมั่นคงด้านเศรษฐกิจมากก็ย่อมจะได้รับผลกระทบไม่มาก แต่ประเทศที่มีความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจย่อมจะต้องเจ็บตัวมาก

เพราะฉะนั้น ทุกประเทศต้องหามาตรการและนโยบายให้เศรษฐกิจการค้าและการลงทุนในประเทศของเขามีความมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาวในบริบทโลกยุคปัจจุบัน และจะไม่มาเสียเวลาทะเลาะเบาะแว้งกันในเรื่องการเมืองที่ไร้สาระไม่สร้างสรรค์ และไม่เกิดประโยชน์ต่อประเทศของตนเอง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท