
อดีตบิ๊กสธ.พันยาซูโดฯ
พบ83%หิ้วผ่านสุวรรณภูมิอย.เล็งโละพ้นระบบยาใน1ปี
พบ83%หิ้วผ่านสุวรรณภูมิอย.เล็งโละพ้นระบบยาใน1ปี
ดีเอสไอ ปูด อดีต รมต.เอี่ยวขนยาซูโดฯ ปั๊มยาเสพติด เผยหิ้วผ่านสุวรรณภูมิ 83%
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยระหว่างงานเสวนาเรื่อง ชำแหละยาซูโดล่องหนใครต้องรับผิดชอบว่า ชื่ออักษรย่อที่ปรากฏก่อนหน้านี้ มีความเชื่อมโยงกับบุคคลหลายฝ่ายตั้งแต่ระดับอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ลงมา
ทั้งนี้ ดีเอสไอได้ตั้งสมมติฐานเป็น 2 ส่วน คือ 1.เป็นไปได้ที่เกี่ยวข้องกับการแบ่งปันยาแก้หวัดซูโดอีเฟรดีนและนำไปผลิตยาเสพติด และ 2.แบ่งผลประโยชน์เรื่องคอมมิชชันและผลตอบแทนพิเศษในรูปแบบต่างๆ
“เรื่องนี้ต้องการจับปลาใหญ่ไม่ใช่แค่ปลาซิวปลาสร้อย เพราะถ้าไม่ได้รับไฟเขียวลงมา โรงพยาบาลและสถานพยาบาลหลายแห่งคงไม่กล้าทำกันอย่างเป็นระบบขนาดนี้ อยากให้คนที่ร่วมกระทำความผิดมาให้ข้อมูลกับดีเอสไอ โดยจะถูกกันไว้เป็นพยาน” นายธาริต กล่าว
นายธาริต กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีข้อมูลการลักลอบนำเข้ายาแก้หวัดซูโดอีเฟรดีนออกจากระบบสาธารณสุขหรือโรงพยาบาล 17% ส่วนที่เหลือ 83% เป็นการลักลอบขหิ้วผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งมีความน่าสนใจอย่างมาก เพราะหิ้วยาซูโดอีเฟรดีนเหมือนกับหิ้วเครื่องสำอางหรือโสมสกัด แสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ศุลกากรและคณะกรรมการควบคุมอาหารและยา (อย.) มีปัญหา
นายประพนธ์ อางตระกูลผู้อำนวยการกองควบคุม อย. กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขและคณะกรรมการวัตถุออกฤทธิ์ได้หารือกับผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชและอายุรเวช จนมีความเห็นเบื้องต้นแล้วว่าต่อไปยาสูตรผสมซูโดฯ อาจไม่จำเป็นต้องใช้ในระบบยาของประเทศ และจะบริหารให้หมดคลังภายใน 1 ปี
“ถ้าไม่หมดสต๊อกก็จะนำไปทำลายทิ้ง จากนั้นจะใช้ยาฟีนิลเอฟรีนทดแทน ซึ่งนำไปผลิตเป็นยาเสพติดได้ยาก เพราะมีกระบวนการซับซ้อนและเสี่ยงต่อการระเบิดในระหว่างผลิตอย่างมาก จึงไม่เป็นที่นิยมมากนัก” นายประพนธ์ กล่าว
นายประพนธ์ กล่าวว่า สำหรับประเทศที่ส่งออกยาตัวนี้มีอยู่ 2 ประเทศ แต่เปิดเผยชื่อประเทศไม่ได้ เพราะจะกระทบต่อความสัมพันธ์ โดยประเทศหนึ่งได้ทำการลักลอบส่งออกมาไทยถึง 85%และมีบริษัทในไทยรับซื้อด้วย ซึ่งได้ประสานดีเอสไอให้เร่งตรวจสอบแล้ว







