
รวบยกแก๊งหลอกเป็นตำรวจก่อนเชิดรถหนี
ตร.ปทุมธานี แถลงข่าวรวบยกแก๊งปล้นรถ หลอกเหยื่ออ้างตัวเองว่าเป็นตำรวจ แล้วเชิดรถหนี
ตร.ปทุมธานี แถลงข่าวรวบยกแก๊งปล้นรถ หลอกเหยื่ออ้างตัวเองว่าเป็นตำรวจ แล้วเชิดรถหนี
ที่ สภ.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พล.ต.ต.สมิทธิ มุกดาสนิท ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.อำนาจ จันทร์เจริญ รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.ศุภณัฎฐ์ เจริญเรืองสกุล ผกก.สภ.คลองห้า ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมแก๊งปล้นรถ พร้อมด้วยผู้ต้องหาจำนวน 6 คน ได้แก่ นายสมานหรือหมาน โพธิประเสริฐ อายุ 41 ปี บ้านเลขที่ 65 หมู่ 4 ต.ไพรนกยูง อ.หันคา จ.ชัยนาท หัวหน้าแก็งค์ ,นายพิเชษฐโหน่ง นามดี อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 37/3259 หมู่4 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ,นายอำนาจ หรือเล็ก ไผ่ดา อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 259 ถ.ทุ่งศรีเมือง ต.กาฬสินธุ์ อ.เมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ ,นายสุเทพหรือบังฟู ศรีนาค นายวินัย กล่อมเสนาะ และนายสิทธิพงษ์ ลอยฟ้า พร้อมด้วยของกลาง รถเก๋งยี่ห้อนิสสัน สีแดงหมายเลขทะเบียน ษฉ-1718 กทม. และรถเก๋งนิสสัน เซฟีโร เดิมสีน้ำเงิน (อยู่ระหว่างทำสีรถใหม่) หมายเลขทะเบียน 8ษ-2569 กทม.
ด้าน พล.ต.ต.สมิทธิ มุกดาสนิท ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี กล่าวเปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 10 ก.พ. 55 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองห้า ได้รับแจ้งความจากนาย เฉลิมผล โพธิ์คำ อายุ 22 ปี บ้านเลขที่ 78 ม.8 ต.ปางตาไว อ.ปางศิลา จ.กำแพงเพชร ว่าได้ขับรถมาตามถนนสายวังน้อย-ธัญบุรี มุ่งหน้า อ.ธัญบุรี โดยขับมาถึงบริเวณ ม.1 ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้มีรถเก๋งสีแดงขับมาปาดหน้ารถให้จอด แล้วมีคนร้ายทั้ง 3 คน คือนายสมาน,นายพิเชษฐ และนายอำนาจ ลงรถมาอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วอ้างว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถต้องสงสัย ให้นำหลักฐานมาดู จากนั้นหนึ่งในคนร้ายได้ขึ้นมาขับรถตน แล้วหลอกให้ตนนำเอกสารของรถ ลงไปถ่ายเอกสาร จากนั้นได้ขับรถหลบหนีไป เมื่อได้รถแล้ว ผู้ต้องหาจะนำรถไปส่งต่อให้นายสุเทพหรือบังฟู ศรีนาค แล้วก็จะนำรถส่งให้ นายวินัย กล่อมเสนาะ และนายสิทธิพงษ์ ลอยฟ้า ไปทำสีรถใหม่ แล้วจะนำไปขายต่อหรือไม่ก็ขายไปทั้งอย่างนั้นแล้วแต่จังหวะและโอกาส หรือถ้าหากขายออกไม่ได้ก็จะนำรถคันดังกล่าวไปส่งต่อให้เพื่อนร่วมขบวนการอีกหนึ่งคนที่ยังหลบหนีอยู่ โดยผู้ต้องหาทั้งหมดเคยก่อคดีมานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งในพื้นที่ อ.คลองหลวง อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง อ.องครักษ์ จ.นครนายก อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา จ.สระบุรี และพื้นที่ สภ.บางตาเถน จ.สุพรรณบุรี ฯลฯ ส่วนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ก่อนแจ้งข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ ก่อนส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป







