
อะเมซิง บ้านท่าเรือ ทำเครื่องดนตรีดกยเงินกว่า 10ล./ปี
หากใครได้มีโอกาสเดินทางไปที่บ้านท่าเรือ ต.ท่าเรือ อ.นาหว้า จ.นครพนม ต้องแปลกตาแปลกใจแน่
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
หากใครได้มีโอกาสเดินทางไปที่บ้านท่าเรือ ต.ท่าเรือ อ.นาหว้า จ.นครพนม ต้องแปลกตาแปลกใจแน่ แค่เห็นสัญลักษณ์ซุ้มประตูทางเข้าหมู่บ้านเป็นรูปแคนขนาดใหญ่ มีความสูงราว 10 เมตร ตั้งอยู่สองฝั่งถนน ถึงร้องเออ สูงใหญ่จริงๆ รูปแคนขนาดใหญ่ดังกล่าวบ่งบอกว่าหมู่บ้านแห่งนี้ยึดอาชีพทำเครื่องดนตรีอีสาน เช่น พิณ แคน โหวด กลองชุดอีสาน กรับ ไหซอง ปี่ภูไท โปงลาง กลองยาวอีสาน พิณโปร่ง พิณไฟฟ้า พิณเบส อุปกรณ์เสริม และอะไหล่เครื่องดนตรีพื้นบ้านอีสาน ที่สืบทอดภูมิปัญญาชาวบ้านมาตั้งแต่บรรพบุรุษ สามารถส่งออกขายทั้งในและต่างประเทศ สร้างรายได้ให้กับหมู่บ้านแห่งนี้ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทต่อปี
สุนทร ชาสงวน นายก อบต.ท่าเรือ อ.นาหว้า บอกว่า ชาวบ้านที่นี่หลังว่างเว้นจากฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าว จะสั่งซื้อไม้คู่แคน ซึ่งเป็นไม้ตระกูลเดียวกันกับไม้ไผ่แต่มีลำเล็กกว่า เกิดเองตามธรรมชาติจากประเทศลาว จากนั้นนำมาตากแห้ง แล้วนำมาประดิษฐ์เครื่องดนตรีอีสาน ตามแบบฉบับภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ฝึกฝนร่ำเรียนมาจากบรรพบุรุษ ปู่ย่า ตายาย ประกอบด้วย พิณ แคน และโหวด ถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญของดนตรีพื้นเมืองอีสาน
ทั้งนี้ เครื่องดนตรีทั้งหมดจะมีวงนักดนตรีอีสาน เช่น คณะหมอลำพื้นบ้าน หมอลำซิ่ง เป็นต้น มาสั่งซื้อไปประกอบวิชาชีพดนตรี หรือมีพ่อค้าแม่ค้ามาสั่งซื้อเพื่อนำไปขายเป็นสินค้าที่ระลึก ประดับตกแต่งบ้านตามความชอบ ซึ่งความเชื่อของชาวอีสานหากบ้านไหนมีแคนเก็บไว้ที่บ้าน จะทำให้ครอบครัวไม่ขาดแคลนทุกด้าน
ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวภาคอีสาน ส่วนใหญ่จะมาซื้อไปฝากญาติพี่น้องเป็นสินค้าที่ระลึก กลายเป็นสินค้าส่งออกสำคัญ ที่สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านเป็นอย่างดี โดยราคาพิณจะขายชิ้นละ 2,000–3,000 บาท ส่วนแคนมี 2 ประเภท คือ แคนลิ้นเงิน เสียงจะดีขายเต้าละ 500 บาท แคนลิ้นทองขายเต้าละ 300 บาท และโหวด จะขายตั้งแต่ราคา 100–300 บาท แล้วแต่ขนาด
เครื่องดนตรีอีสานเหล่านี้ ไม่เพียงทำให้เกิดความสวยงามเท่านั้น แต่ทุกชิ้นที่ทำขึ้นจะต้องผ่านการตรวจสอบเทียบเสียงด้วยความชำนาญแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน ให้ได้เสียงมาตรฐานตามโน้ตดนตรีสากลอีกด้วย ซึ่งไม่เพียงทำเครื่องดนตรีเท่านั้น ชาวบ้านยังมีการประยุกต์ ประเครื่องดนตรีอีสาน พิณ แคน โหวด ขนาดจิ๋ว ในรูปแบบพวงกุญแจและของชำร่วย ส่งขายทั้งในและต่างประเทศได้ตลอดทั้งปี มีราคาตั้งแต่อันละ 10 บาท ไปถึง 100 บาทตามขนาด สร้างรายได้เดือนละไม่ต่ำกว่า 2–3 หมื่นบาทต่อครอบครัว สร้างเงินหมุนเวียนปีละหลาย 10 ล้านบาท
“หมู่บ้านท่าเรือถือเป็นชุมชนที่มีความโดดเด่นเรื่องอาชีพผลิตเครื่องดนตรีอีสาน ตามแบบภูมิปัญญาท้องถิ่นมายาวนาน สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวของชาวบ้านเป็นหลัก ซึ่งผมถือเป็นคนในพื้นที่ที่อาศัยหมู่บ้านนี้มาตั้งแต่กำเนิด ทุกครอบครัวมีอาชีพทำเครื่องดนตรีอีสานมายาวนาน เมื่อมีโอกาสได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบต.ท่าเรือ จึงต่อยอดแนวความคิดเดินหน้าพัฒนาเครื่องดนตรีอีสานเพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน ตลอดทั้งสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในเมืองไทยและต่างประเทศ” สุนทร กล่าวด้วยความภูมิใจ
ด้าน วศิษฐ์ อนันต์วรปัญญา นายอำเภอนาหว้า จ.นครพนม บอกว่า อาชีพทำเครื่องดนตรีอีสานเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ทางอำเภอให้การส่งเสริมสนับสนุนอนุรักษ์อาชีพภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่มีอาชีพนี้มายาวนานกว่า 50 ปี ถือเป็นแหล่งผลิตเครื่องดนตรีอีสานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศก็ว่าได้ สำหรับ อ.นาหว้า ถือเป็นอำเภอเศรษฐกิจสำคัญของ จ.นครพนม เนื่องในพื้นที่ ต.ท่าเรือ อ.นาหว้า มีอาชีพที่น่าสนใจหลายอย่าง คือ อาชีพปริศนา ทำไส้เดือน ตุ๊กแกอบแห้ง ส่งออกขายต่างประเทศ และยังมีหมู่บ้านทำเครื่องดนตรีอีสานแหล่งใหญ่ ซึ่งทุกปีจะมีเงินหมุนเวียนสะพัดรวมหลาย 10 ล้านบาท
อนาคตข้างหน้าจะเร่งพัฒนาให้ อ.นาหว้า เป็นอำเภอท่องเที่ยวเศรษฐกิจที่สำคัญของ จ.นครพนม ให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก







