
นายกฯแจงเดินสายตปท.เพื่อต่อยอดการค้า-ศก.
"ยิ่งลักษณ์" แจงเดินสายประเทศอาเซียนเพื่อแนะนำตัว-หวังต่อยอดการค้าและเศรษฐกิจ ย้ำ 1 เม.ย.ดีเดย์บริการป่วยฉุกเฉินไม่ต้องถามสิทธิ์
"ยิ่งลักษณ์" แจงเดินสายประเทศอาเซียนเพื่อแนะนำตัว-หวังต่อยอดการค้าและเศรษฐกิจ ย้ำ 1 เม.ย.ดีเดย์บริการป่วยฉุกเฉินไม่ต้องถามสิทธิ์
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน โดยมีนาย ธีรัตน์ รัตนเสวี เป็นผู้ดำเนินรายการ ทั้งนี้นายกฯได้กล่าวชี้แจงถึงถึงภาระกิจการเดินทางไปต่างประเทศว่า วัตถุประสงค์คือ วันนี้รายได้ของประเทศไทย ส่วนหนึ่งเกิดจากเศรษฐกิจในประเทศ และรายได้จากการส่งออก แต่อีกส่วนหนึ่งเรามองว่าถ้าเราไม่เตรียมข้างหน้าในการสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศอื่นๆ รายได้ก็จะไปตามปกติ แต่ถ้าเราไปสร้างสัมพันธ์ที่ดี ก็จะช่วยเรื่องการค้า การท่องเที่ยว ถ้าการท่องเที่ยวดี เศรษฐกิจดี การค้าการลงทุนก็จะกลับมา เป็นที่มาของการบริหารจัดการ แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นการเดินทางตามนัดปกติ ตามธรรมเนียมถ้าเล่าเรื่องการเดินทางต่างประเทศ การที่รัฐบาลใหม่มา ก็ไปเยี่ยมคารวะแนะนำตัว ถือหลักก่อนว่ากลุ่มอาเซียน 10 ประเทศต้องไปแน่ๆ ไปแล้ว 9 ประเทศ ก็ต้องสร้างความแข็งแรงในกลุ่มอาเซียนที่จะจับมือกัน เพราะถ้าประเทศไทยไปคนเดียวเขาอาจจะไม่แข็งแรง แต่ถ้าเราผนึกกำลังกลุ่มอาเซียน ก็จะช่วยเรื่องการค้าการลงทุน และเป็นหน้าที่ของไทยที่จะดูว่าจะทำอย่างไรให้เขาใช้ไทยเป็นฐานการค้าการลงทุนต่ออีก
ส่วนต่อไปก็จะเป็นจีน ญี่ปุ่น อินเดีย หรือรัสเซีย ก็ไปในส่วนนี้เพิ่มเติม ซึ่งเป็นส่วนที่ไทยต้องการค้าขาย หรือที่ไปที่สวิตเซอร์แลนด์ก็เป็นการหารือภาครัฐและเอกชนเรื่องเศรษฐกิจ หรือประชุมอาเซียนซัมมิทก็ไปอีก รวมไปถึงทีเกาหลีที่ดิฉันก็ไปประชุมเรื่องอาวุธนิวเคลียร์
มีทั้งรวมตัวในกลุ่มอาเซียนเพื่ออำนาจต่อรองและขณะเดียวกันก็สร้างการค้าการลงทุนในกลุ่ม เชื่อมโยงในกลุ่มเพื่อให้การค้าขายมีขึ้น เช่น การเปิดด่านกับประเทศที่มีพรมแดนติดกับประเทศไทย ทำให้มียอดการค้าหรือเศรษฐกิจมีมากขึ้น รวมไปถึงปูทางไปสู่ประชาคมอาเซียนด้วย
ถ้าอยู่ในภาวะปกติอย่างน้อยก็ไปค้าง 1 คืน ไปทานอาหารเย็น ซึ่งเราเองก็ไม่มีเวลา เราก็ขอไปเช้าเย็นกลับ อย่างไรก็ตามทุกครั้งที่มีการเดินทางก็ฝากงานกับรัฐมนตรีให้ดูงานในประเทศอย่างใกล้ชิด และการเดินทางไปต่างประเทศก็จำเป็นเพื่อสร้างความสัมพันธ์กันดี ซึ่งจะมีผลต่อการต่อยอดการค้าและเศรษฐกิจ เราต้องรีบหารือและสร้างความแข็งแกร่งในส่วนนี้ ซึ่งเราต้องรีบร่วมมือกัน โดยเราก็จะคุยกันในเรื่องความร่วมมือในกลุ่มของประเทศอาเซียนใน 10 ประเทศ และเราก็จะมาดูว่าประเทศไทยจะกลับมาเตรียมตัวอย่างไร เช่น อุตสาหกรรมบ้านเรา ภาครัฐ หรือเอกชนในส่วนใดบ้างที่ต้องเตรียมตัวพัฒนา เพราะมีเวลาอีกไม่มากแล้ว เราก็รับหมดทั้งไปหารือความร่วมมืออาเซียน ทวิภาคีเพื่อดูเรื่องการค้าขาย รวมทั้งนำภาคธุรกิจไปด้วย พร้อมๆ กัน
กรณีของจีนเอง จากก่อนหน้านี้ที่เราติดปัญหาเรื่องอุทกภัย เราก็เลื่อนเขามาหลายครั้ง ซึ่งที่จะไปจีนในครั้งนี้ ก็มีกำหนดการที่จะเดินทางไปจีน 17 เม.ย.นี้
ย้ำ 1 เม.ย.ดีเดย์บริการป่วยฉุกเฉินไม่ต้องถามสิทธิ์
นายกฯกล่าวว่า 3 กองทุน เป็นกองทุนประกันสังคม, กองทุน 30บาทรักษาทุกโรค และสวัสดิการด้านข้าราชการ เดิมจากที่คุยว่ากรณีป่วยฉุกเฉินยังมีความเหลื่อมล้ำ และความต่าง ซึ่งบางครั้งผู้ป่วยฉุกเฉินต้องได้รับการรักษา ถ้าไม่ได้รับอาจเสียชีวิตได้ ก็เป็นที่มาว่าผู้ป่วยฉุกเฉิน ไม่ว่าเพศไหน กรณีไหนถ้าป่วยฉุกเฉินต้องได้รับการรักษาทันที ไม่ต้องถามสิทธิ์ ที่สำคัญเข้าโรงพยาบาลไหนก็ได้ ก็ต้องขอขอบคุณโรงพยาบาลเอกชนด้วยที่ให้ความร่วมมือรัฐบาล เป็นการช่วยดูแลประชาชน คนป่วยก็ไปรักษาโรงพยาบาลใกล้บ้านได้เลยเพื่อได้รับการรักษาทันที ซึ่งจะเริ่มวันที่ 1 เมษายนนี้
ส่วนกองทุนประกันภัยที่ตั้งขึ้นมาภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาลทำงานร่วมกับสมาคมประกันภัยทุกประเภท เป็นความจำเป็นในการสร้างความเชื่อมั่น เพราะที่ผ่านมาหลังน้ำท่วม ได้รับการบ่นจากผู้ประกอบการหรือประชาชนว่า หาบริษัทที่รับประกันภัยยาก เราก็เลยออกมาทำงานโดยตั้งกองทุนประกันภัยขึ้นมาในวงเงิน 5 หมื่นล้านบาทเพื่อรับประกันภัย เพื่อช่วยกันพยุงในภาคของอุตสาหกรรม เพราะที่ผ่านมาประกันภัยก็ต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนจากน้ำท่วม เราก็จะใช้มาตรการนี้โดยประชาชนทุกคนก็จะใช้ระบบประกันของกองทุนนี้ โดยทุกอย่างเป็นไปด้วยราคาเป็นธรรม ราคาปกติ ถือว่าเป็นการสร้างความมั่นใจกับทุกภาคส่วน และเสริมระบบประกันภัยให้เดินหน้าต่อไป ครั้งนี้เราก็รวมประกันภัยพิบัติธรรมชาติด้วย เพื่อให้ครอบคลุมมากขึ้น และเบี้ยประกันภัยก็ลดลงแล้ว ก็ถือว่าเป็นทิศทางที่ดี
ในส่วนของระบบประกันภัยเราจะรับประกันในลักษณะ 30% ของวงเงินของมูลค่าทรัพย์สิน แต่ถ้าจะเพิ่มขึ้นก็มี 2 ทางเลือก คือหนึ่ง ใช้ระบบประกันปกติที่บริษัทประกันภัยรับอยู่แล้ว หรือในอนาคตรัฐบาลก็จะรับพิจารณาดูต่อไปว่าจะทำอย่างไรเพื่อขยายตรงนี้มากขึ้น







