posttoday
เสื้อแดง-รัฐบาลโหมกระแสวันปิดเกม 14 มี.ค.

เสื้อแดง-รัฐบาลโหมกระแสวันปิดเกม 14 มี.ค.

07 มีนาคม 2553

โหมโรงประโคมศึกหนักขึ้นทุกทีสำหรับวาระการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ประกาศแน่ชัดนัดรวมพลวันแตกหักในวันที่ 1214 มี.ค. นี้

รอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีการจุดกระแสของกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นระยะพร้อมกับมีการตรวจแถวเช็กพลตามต่างจังหวัด เพื่อเตรียมเคลื่อนเข้ามาในกรุงเทพฯ กันอย่างฮึกเหิม

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. สรุปพื้นที่การชุมนุมในวันที่ 14 มี.ค. ว่าจะใช้ถนนราชดำเนินตลอดแนว ตั้งแต่สนามหลวงสะพานผ่านฟ้าลานพระบรมรูปทรงม้า พื้นที่ส่วนต่างๆ ที่ระบุถูกกำหนดและจัดวางอยู่ในแผนผังการชุมนุมเรียบร้อยแล้ว จะแบ่งพื้นที่เป็นหน่วยบริการน้ำดื่ม สาธารณูปโภค หน่วยรักษาความปลอดภัย หน่วยปฐมพยาบาล หน่วยแพทย์ เวทีปราศรัยกลางอยู่ที่เชิงสะพานผ่านฟ้า หันหลังให้ป้อมมหากาฬ เพื่อสามารถดูแลพื้นที่ชุมนุมได้ใน 2 ส่วน ทั้งถนนราชดำเนินกลางและถนนราชดำเนินนอกในลักษณะตัววี

นอกจากนี้ จะจัดจุดกระจายเสียงย่อย โดยแบ่งแกนนำไปตั้งเวทีย่อยตามจุดต่างๆ เพื่อเผชิญเหตุหากมีสถานการณ์ที่ต้องควบคุม ก็จะสามารถชี้แจงกับผู้ชุมนุมได้ทันที ส่วนฝ่ายรักษาความปลอดภัยหรือการ์ดนั้น เตรียมไว้จำนวนหลายร้อยคน ทางองค์กรคนเสื้อแดงกว่า 400 องค์กรจะจัดการ์ดมารับผิดชอบพื้นที่ร่วมกันในการชุมนุมครั้งนี้ และหลังการประกาศชุมนุมในวันที่ 14 มี.ค. แล้วจะยังไม่มีกำหนดยุติการชุมนุม แต่จะขยับความเข้มข้นในการเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้นทุกวัน พร้อมกันนี้ยังมีแผนที่จะเคลื่อนขบวนไปยังจุดต่างๆ ใน กทม. อีกด้วย

ทั้งนี้ ยังได้จัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุมีเจ้าหน้าที่คอยรับโทรศัพท์ 24 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค. พร้อมมีหน่วยเคลื่อนที่เร็วมอเตอร์ไซค์ 45 คัน คอยตระเวนตลอดการชุมนุม เพื่อดูแลคนเสื้อแดงและถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานกรณีมีการใส่ร้ายคนเสื้อแดงว่าสร้างสถานการณ์

ด้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โฟนอินผ่านโปรเจกเตอร์บริเวณสวนสุรนารี จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นในชีวิตส่วนตัว ขอให้ประชาชนทุกคนลุกขึ้นมาสู้กัน ซึ่งเที่ยวนี้คิดว่าเข้มแข็งพอ ในการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยที่แท้จริง และเชื่อว่าแนวทางการต่อสู้ด้วยความจริง ด้วยประชาธิปไตย ที่พวกเราทำอยู่นี้ จะชนะในที่สุด

“วันที่ 14 มี.ค. นี้ พี่น้องจะไปมากๆ ใช่ไหม เที่ยวนี้พี่น้องไปกันเยอะๆ ไหลไปเหมือนแม่น้ำสีแดง ไหลเข้ากรุงเทพฯ แล้วจะชนะอย่างเดียว ประชาธิปไตยจะกลับมาสู่มือของพี่น้องคนไทยทั้งแผ่นดิน” พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว

สำหรับการเตรียมการชุมนุมของคนเสื้อแดงในต่างจังหวัดนั้น มติที่ประชุมแกนนำคนเสื้อแดงอีสาน 19 จังหวัด ได้มีมติร่วมกันว่า นปช. ภาคอีสานจะเคลื่อนไหว จะแบ่งกลุ่มเคลื่อนไหวออกเป็น 4 สาย 6 กลุ่ม โดยคนเสื้อแดงจากทุกสายจะเคลื่อนออกจากที่ตั้งพร้อมกันในวันที่ 12 มี.ค. 2553 เวลา 12.00 น. โดยจะระดมรถยนต์อย่างน้อยหมู่บ้านละ 1 คัน คาดว่าเฉพาะภาคอีสานจะมีรถทุกประเภท ทั้งกระบะ อีแต๋น อีแต๊ก และรถจักรยานยนต์ เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 2 หมื่นคันอย่างแน่นอน และจะมีผู้เข้าร่วมชุมนุมไม่น้อยกว่า 1 แสนคน มีเป้าหมายมารวมตัวที่ อ.ปากช่อง จากนั้นจะเคลื่อนขบวนใหญ่เข้ากรุงเทพฯ เพื่อสมทบกับผู้ชุมนุมจากภาคอื่นทั่วประเทศในวันที่ 14 มี.ค. นี้

ตามมาด้วยการเปิดบัญชีรายชื่อบุคคลกว่า 201 คนที่อยู่ในใบปลิว ซึ่ง สส.พรรคเพื่อไทย อ้างว่า หน่วยงานความมั่นคงของรัฐขึ้นบัญชีดำเพื่อที่จะติดตามความเคลื่อนไหว

ในขณะเดียวกันแนวร่วมคนเสื้อแดงก็เดินหมากหวังบั่นทอนความน่าเชื่อถือของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยนายพิชา วิจิตรศิลป์ ประธานชมรมกฎหมายภิวัฒน์แห่งประเทศไทย ได้ยื่นหนังสือเพื่อแสดงเจตจำนงเป็นผู้รวบรวมรายชื่อประชาชนถอดถอน 2 ผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองออกจากตำแหน่งต่อประธานวุฒิสภา

โดยระบุว่า การพิจารณาคดีของศาลฎีกาฯ ในคดียึดทรัพย์มีผู้พิพากษาในองค์คณะจำนวน 2 คน ประกอบด้วยนายกำพล ภู่สุดแสวง และนายพงษ์เทพ ศิริพงศ์กานนท์ มีพฤติการณ์ของการปฏิบัติหน้าที่ส่อว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มีการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

ด้านนายวิรัช ชินวินิจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมโต้ว่าการรวบรวมรายชื่อยื่นถอดถอนผู้พิพากษาองค์คณะคดียึดทรัพย์นั้นแม้จะเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่การจะถอดถอนต้องมีการแจ้งข้อกล่าวหาที่ชัดเจนว่าผิดอย่างไรมีหลักฐานอะไร และหากลงชื่อแล้วถ้ากระบวนการตรวจสอบพบว่าผู้พิพากษาไม่มีพฤติการณ์ตามข้อกล่าวหาผู้ที่ลงรายชื่ออาจถูกฟ้องดำเนินคดีได้

ส่วนรัฐบาลเริ่มปล่อยมาตรการเชิงรุกเช่นกัน นับแต่การขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญากรุงเทพ เพื่อดำเนินคดีกับนายพรวัฒน์ ทองธนบูรณ์ หรือ “เค ทอง” คนสนิทของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก มีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 หลังเป็นผู้กล่าวผ่านคลิปวิดีโอเผยแพร่ในระบบอินเทอร์เน็ตข่มขู่ว่าจะเกิดเหตุการณ์วางระเบิดและมีความวุ่นวายในบ้านเมืองตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ. เป็นต้นไป

ขณะที่ กองทัพบกก็พร้อมรับมือ พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก ระบุว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ได้แสดงความห่วงใยสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะทุกฝ่ายตระหนักดีว่าสถานการณ์กำลังเดินมาถึงจุดที่ล่อแหลมต่อความมั่นคงของประเทศ โดยภาพรวมของสถานการณ์ตั้งแต่ช่วงกลางเดือน มี.ค. เป็นต้นไป เป็นช่วงเปราะบางของสถานการณ์ ผบ.ทบ. ได้กำชับหน่วยที่เกี่ยวข้องว่าพื้นที่ล่อแหลมในเขต กทม. ทางกองทัพภาคที่ 1 ได้ดูแลรับผิดชอบ แต่ขณะเดียวกันก็ให้กองทัพภาคที่ 2, 3, 4 หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์เตรียมความพร้อมด้วยเผื่ออาจจะต้องมีการขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติม ซึ่งเป็นไปตามแผนที่วางไว้แล้ว

ถึงอย่างนั้นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าแม้จะได้กลิ่นการก่อวินาศกรรมแต่ก็ยังคงจะเดินทางไปราชการที่ประเทศออสเตรเลียระหว่างวันที่ 1317 มี.ค. นั้น

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ยืนยันจะใช้กฎหมายจราจรเข้าจัดการกับรถปิกอัพ และรถยนต์ รวมถึงรถอีแต๋นที่จะบรรทุกคนเข้าเมือง ซึ่งจะทำให้มีผลกระทบต่อระบบการจราจรของคน กทม. จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเตรียมรถยกมายกรถเหล่านี้ออกไป ส่วนรถอีแต๋นหากเข้ามาก็จะแจกใบสั่งด้วย

ขณะเดียวกันทั้งรัฐบาลและกลุ่มคนเสื้อแดงต่างโหมกระแสตอบโต้กันรายวัน ต่างฝ่ายต่างกล่าวหาว่าจะทำให้สถานการณ์ในวันที่ 14 มี.ค. รุนแรง

ทั้งหมดจึงต้องติดตามกัน อย่ากะพริบตาตั้งแต่ต้นสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป การเมืองจะเข้าสู่โหมดของการเผชิญหน้าอีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท