
เห่อเข้าลงทุนพม่าระวังหมดตัว
สภาอุตฯ เตือนอย่าเห่อลงทุนในพม่า เอสเอ็มอีต้องมีทุนขั้นต่ำ 15 ล้านบาท พร้อมเสี่ยง เผื่อไม่คุ้มทุนใน 5-6 ปี
สภาอุตฯ เตือนอย่าเห่อลงทุนในพม่า เอสเอ็มอีต้องมีทุนขั้นต่ำ 15 ล้านบาท พร้อมเสี่ยง เผื่อไม่คุ้มทุนใน 5-6 ปี
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวในงานสัมมนา โอกาสของธุรกิจไทยในช่วงการปฏิรูปเศรษฐกิจและสังคมของพม่า ว่า การลงทุนในพม่าไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ควรเห่อตามกระแส เพราะมีความเสี่ยงมากมายที่จะต้องจัดการ
สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีควรมีทุนขั้นต่ำ 15 ล้านบาท สำหรับการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิต ส่วนธุรกิจบริการควรมีทุนขั้นต่ำ 9 ล้านบาท และพร้อมที่จะทิ้งเงินก้อนนี้โดยไม่เดือดร้อน เพราะเผื่อการลงทุนไม่ถึงจุดคุ้มทุนใน 5-6 ปี ดังนั้นจึงต้องมีสายป่านยาวจริงๆ
รองประธานสภาอุตสาหกรรมฯ แนะนำว่า ก่อนเข้าไปลงทุนควรพิจารณาหลายเรื่อง เช่น กฎหมายการลงทุน อัตราแลกเปลี่ยนที่ต่างกันมาก ค่าขนส่งค่าไฟฟ้าแพง และยังต้องติดตามสถานการณ์การเมือง แต่เชื่อว่าถ้าผลการเลือกตั้งออกมาราบรื่น ความเสี่ยงน่าจะลดลง
“การเข้าไปลงทุนในพม่าต้องมีวิสัยทัศน์ มีคนของตัวเอง มีหุ้นส่วนที่ดี เขาเหมือนเราเมื่อ 30 ปีก่อน ต้องมีเส้นสายทหาร ตำรวจ” นายธนิต กล่าว
อย่างไรก็ตาม พม่ายังเป็นโอกาสของธุรกิจที่ผลิตสินค้าพื้นฐานราคาถูก ทั้งรองเท้า เสื้อผ้า อาหาร ประมง และการเกษตร แต่ยังไม่เหมาะกับอุตสาหกรรมหนัก
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า โครงการท่าเรือน้ำลึกทวายแล้วเสร็จจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยเติบโตเพิ่มขึ้นปีละ 2% เนื่องจากสามารถใช้ประโยชน์ของท่าเรือเพื่อส่งออกสินค้าไปยังยุโรปแทนสิงคโปร์
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลควรหารือกับรัฐบาลพม่ามากขึ้น และควรอำนวยความสะดวกด่านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี อย่างเร่งด่วน เพราะต่อไปกาญจนบุรีจะเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญ







