
ขอยืด300บาท
ปลัดท่องเที่ยวเล็งหารือรัฐบาล เอกชนโอดเสนอเลื่อนไปอีก1ปี
ปลัดท่องเที่ยวเล็งหารือรัฐบาล เอกชนโอดเสนอเลื่อนไปอีก1ปี
ปลัดท่องเที่ยวฯ เตรียมต่อรองนายกฯ ขอยืดขึ้นค่าจ้างในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวต่ออีก 3 เดือน ให้พ้นช่วงโลว์ซีซัน
นายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ มีแนวคิดเจรจากับรัฐบาลให้เลื่อนระยะเวลาการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำของกลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจากวันที่ 1 เม.ย.นี้ ออกไปอีก 3 เดือน เพื่อให้ผ่านพ้นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซัน) ที่จะถึงนี้ก่อน เพื่อช่วยลดผลกระทบให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยว โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งจะได้รับผลกระทบโดยตรง
ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้ากระทรวงการท่องเที่ยวฯ เตรียมเรียกผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว เช่น สมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) หารือร่วมกัน เพื่อรวบรวมรายละเอียดผลกระทบที่ผู้ประกอบการจะได้รับภายหลังการขึ้นค่าแรง 300 บาท ในวันที่ 1 เม.ย. โดยลงลึกในรายละเอียดว่านโยบายดังกล่าวจะกระทบต่อส่วนใดบ้าง รวมถึงมีแนวโน้มการปิดกิจการจำนวนเท่าใด
นอกจากนี้ จะเสนอแนวทางให้ผู้ประกอบการโรงแรมเจรจากับพนักงานในการปรับขึ้นค่าจ้างในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวรอง ให้จ่ายค่าตอบแทนไม่ถึงนโยบายที่รัฐตั้งไว้ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ขณะที่บุคลากรยังเกิดการจ้างงานต่อไป
“กระทรวงเข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ต้องลงลึกในรายละเอียดให้รอบคอบ ซึ่งนโยบายนี้อาจทำให้เกิดการหลั่งไหลของแรงงานมาในเมืองมากขึ้น แต่เรื่องนี้ต้องดูด้วยว่า บทบาทหน้าที่ความช่วยเหลือในแต่ละกระทรวง ทั้งกระทรวงแรงงาน พาณิชย์ มหาดไทย ต้องยื่นมือมาช่วยเหลือผู้ประกอบการในสัดส่วนเท่าไหร่ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ฝ่ายเดียว” นายสุวัตร กล่าว
สำหรับบรรยากาศการเปิดงาน ปีมหัศจรรย์เมืองไทย 2555 ระหว่างวันที่ 29 มี.ค. 1 เม.ย.นี้ ที่อิมแพ็คเมืองทองธานี เพื่อประกาศให้ประเทศไทยเป็นปีมหัศจรรย์ไทยแลนด์ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าชมไม่ต่ำกว่า 2 แสนคน
นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า ผู้ประกอบการขณะนี้ภาคธุรกิจทุกอุตสาหกรรมของประเทศไทย มีมุมมองเช่นเดียวกัน และเริ่มเคลื่อนไหว คัดค้านนโยบายขึ้นค่าแรง เพราะทำให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ในส่วนของอุตฯท่องเที่ยว โดยเฉพาะภาคโรงแรมมองว่าการยืดใช้นโยบายออกไปอีก 3 เดือน ไม่ได้ช่วยเหลือภาคอุตสาห กรรมการท่องเที่ยวมากนัก โดยต้องการให้ภาครัฐกำหนดการขึ้นค่าจ้างเป็นขั้นบันได โดยต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปี จนกว่าจะถึง 300 บาท เพื่อให้ผู้ประกอบการปรับตัว
“เป็นไปได้อย่างไรที่ผู้ประกอบการจะไปเจรจากับลูกจ้างว่าจะไม่จ้างถึง 300 บาท เพราะเป็นเรื่องของกฎหมายไปแล้ว” นายสุรพงษ์ กล่าว
นายอาทิตย์ อิสโม อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า จากการหารือกับที่ปรึกษาสมาคมโรงแรมไทย พบว่าธุรกิจโรงแรมอาจได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำบ้าง แต่ไม่มากนัก เนื่องจากพนักงานที่มีค่าจ้างต่ำกว่า 300 บาท/วัน มีเพียง 15% ของอุตสาห กรรมเท่านั้นยิ่งหากเป็นโรงแรมขนาดใหญ่จะมีสัดส่วนเพียง 5% ฉะนั้นเชื่่อว่าโรงแรมสามารถแบกรับต้นทุนในส่วนนี้ได้
ทั้งนี้ แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจะเกิดการควบรวมของโรงแรมขนาดเล็ก หรือขายกิจการให้เชนโรงแรมขนาดใหญ่มากกว่า แต่จะไม่เกิดการเลิกจ้างคนงานจำนวนมาก
อย่างไรก็ตามอาจส่งผลกระทบในเรื่องการรับพนักงานใหม่ที่น้อยลงแล้วนำพนักงานเดิมไปพัฒนาทักษะเพิ่มซึ่งในส่วนนี้ กรมพัฒนาฝีมือแรงงานก็ยินดีช่วยเหลือและที่ผ่านมาก็ได้ทำเอ็มโอยูร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในการร่วมกันอบรมเพิ่มทักษะแรงงานอยู่แล้ว
เท่าที่คุยกันก็มีเพียงข้อร้องขอให้กระทรวงช่วยพัฒนาทักษะการบริการและเรื่องภาษาเท่านั้น ส่วนคนที่ได้รับผลกระทบต้องตกงานจริงๆ เชื่อว่ากระทรวงแรงงานสามารถจัดหาตำแหน่งงานที่ใกล้เคียงกับงานเดิมในภาคบริการได้ เช่น พนักงานขายในห้างสรรพสินค้า หรือพนักงานขายประกัน ซึ่งขณะนี้กำลังมีความต้องการพนักงานสูง"นายอาทิตย์ กล่าว
ขณะที่แนวโน้มตลาดแรงงานในภาพรวมซึ่งสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) คาดการว่าการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจะส่งผลให้แรงงานไร้ทักษะและอายุน้อยต้องตกงานกว่า 67 แสนคนนั้น นายอาทิตย์มองว่าตัวเลขผู้ตกงานจะไม่มากขนาดนั้น แต่อาจมีแรงงานจบใหม่ที่เข้าสู่ตลาดแรงงานเพิ่มในภาวะที่ภาคธุรกิจกำลังปรับตัวและชลอการจ้างงานเพิ่มทำให้ตัวเลขการว่างงานสูง อย่างไรก็ตาม แนวโน้มระยะยาวของประเทศไทยอยู่ในภาวะขาดแคลนแรงงานนอยู่แล้ว แนวโน้มการว่างงานในระยะยาวจึงไม่น่าจะสูงเกิน 1% ของประชากร
"เท่าที่ตรวจสอบในพื้นที่จากเจ้าหน้าที่ตรวจแรงงานในแต่ละจังหวัดก็มีรายงานตรงกันว่าไม่มีการเลิกจ้างอย่างรุนแรงแต่อย่างใด"นายอาทิตย์ กล่าว
นายชาลี ลอยสูง ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวว่า รู้สึกเป็นห่วงแรงงานกลุ่มที่ไม่มีการรวมตัวเป็นสหภาพแรงงานซึ่งอาจถูกนายจ้างบิดเบือนค่าจ้างโดยนำสวัสดิการมารวมเข้าไปด้วยและไม่สามารถมีปากเสียงต่อรองกับนายจ้างได้ด้วยเกรงว่าจะถูกเลิกจ้าง
นายชาลี กล่าวว่า คสรท.กำลังรวบรวมข้อมูลแรงงาานกลุ่มนี้วมีจำนวนมากน้อยเท่าใด คาดว่าจะเห็นภาพชัดเจนหลังจากขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำไปแล้ว 1 เดือน
และแนวโน้มไม่น่าจะมีการตกงานมากขนาดนั้น







