
รัฐมัดมือชกรพ.เอกชน
บิ๊กโรงพยาบาลธนบุรี ระบุรัฐบาลให้เซ็นร่วมมือรักษาป่วยฉุกเฉินไปก่อน เกิดปัญหาค่อยทยอยแก้ไขภายหลัง
บิ๊กโรงพยาบาลธนบุรี ระบุรัฐบาลให้เซ็นร่วมมือรักษาป่วยฉุกเฉินไปก่อน เกิดปัญหาค่อยทยอยแก้ไขภายหลัง
รัฐบาลได้จัดเตรียมงบประมาณจำนวน 200 ล้านบาท เพื่อใช้สำรองจ่ายฉุกเฉินในระยะเวลา 6 เดือน สำหรับเดินหน้านโยบายป่วยฉุกเฉินมาตรฐานเดียวของ 3 กองทุนสุขภาพ โดยเมื่อวันที่ 28 มี.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการลงนามบันทึกความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ระหว่าง 3 กองทุน และฝ่ายผู้ให้บริการ เพื่อเริ่มให้ทันบริการได้ทันทีในวันที่ 1 เม.ย.นี้
น.ส.ยิ่งลักษณ์ เปิดเผยว่า ผู้ป่วยฉุกเฉินสามารถเข้ารับบริการได้ทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชนทุกแห่ง จนกว่าอาการจะปลอดภัย แล้วจะถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีศักยภาพสูงขึ้น
ขณะที่ นพ.บุญ วนาสิน ประธานที่ปรึกษาโรงพยาบาลธนบุรี กล่าวว่า การลงนามเอ็มโอยูให้บริการป่วยฉุกเฉินมาตรฐานเดียวในครั้งนี้ เป็นข้อตกลงร่วมกันที่ทางรัฐบาลให้เซ็นไปก่อนแล้วค่อยทยอยแก้ปัญหาภายหลัง
ภญ.เนตรนภิส สุชนวนิช ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ในการรักษาป่วยฉุกเฉินทาง สปสช.จะสนับสนุนยา จ.2 หรือยาราคาแพง และยาต้านพิษ ซึ่งเป็นยาที่หาซื้อยากแก่โรงพยาบาลเอกชนด้วย
ด้าน นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี นักวิชาการเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข กล่าวว่า นอกจากเจ็บป่วยฉุกเฉินแล้ว รัฐบาลควรบูรณาการ 3 กองทุนสุขภาพ เพื่อรักษาผู้ป่วยมะเร็งให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพราะปัจจุบันสิทธิการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วยมะเร็งในแต่ละกองทุนมีความเหลื่อมล้ำกันมาก เช่น การเข้าถึงยารักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองราคาเข็มละ 6.2 หมื่นบาท มีเพียงข้าราชการเท่านั้นที่เข้าถึงยาได้







