
ปรองดองมุมมืด"ให้ตำแหน่ง"แลก"ปิดปาก"ญาติเหยื่อ
"การให้ตำแหน่งไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับผม และการที่ทำแบบนี้ เพราะผมเป็นครอบครัวเดียวที่ออกมาต่อสู้"
โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
ในขณะที่ประชุมรัฐสภากำลังฝุ่นตลบอยู่กับการแสดงความเห็นสนับสนุนและคัดค้านแนวทางปรองดองตามข้อเสนอของสถาบันพระปกเกล้าซึ่งไม่รู้จะออกมารูปการณ์ใด แต่เสียงสะท้อนถึงกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางสร้างความปรองดองแห่งชาติ ที่มี พล.อ.สนธิ บุญยะรัตกลิน เป็นประธาน ดังมากขึ้นทุกขณะกับคำถามนิรโทษกรรมเพื่อใครกันแน่
ณัทพัช อัคฮาด หรือ “กันต์” น้องชาย น.ส.กมนเกด อัคฮาด หรือ “น้องเกด” พยาบาลอาสาที่ถูกยิงเสียขีวิตภายในวัดปทุมวนาราม เป็นอีกรายไม่ต่างกับ นิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม ภรรยาพล.อ.ร่มเกล้า ที่ถูกระเบิดเสียชิวีตบริเวณถนนดินสอ คงเดินหน้าค้นหาความจริง ทวงความยุติธรรมให้พี่สาวของเขา
เพียงแต่กรณีของณัทพัช อาจทำให้เห็นวิธีการสร้างความปรองดองของรัฐบาลในมุมมืด เพราะนับตั้งการเสียชีวิตของพี่สาว ไม่มีความคืบหน้าทางคดีซ้ำร้ายแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ที่เคยขันอาสาจะเอาคนผิดมาลงโทษ แต่วันนี้เรียงหน้าออกมาบอกทุกคนให้ลืมเบื้องหลังปฏิวัติไปซะเพราะในเมื่อจะสร้างความปรองดองไม่ควรฟื้นฝอยหาตะเข็บ ทำให้เขาและญาติเหยื่อต้องลุกขึ้นมาเคลื่อนไหว
การเคลื่อนไหวญาติเหยื่อโดยมีครอบครัวน้องเกดเป็นแกนหลักดูไม่เป็นที่เข้าตารัฐบาลชุดปัจจุบันที่กำลังสร้างบรรยากาศความปรองดอง กระทั่งมีการต่อสายจากรัฐบาลเสนอตำแหน่งทางการเมืองแลกกับการหยุดเคลื่อนไหว
“ผมไม่ได้รู้จักใครเลย แต่มีคนสนิทของคุณยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย โทรมาตาม โดยผ่านโทรศัพท์มือถือของแม่ (นางพะเยาว์ อัคฮาด ) ให้ไปช่วยงานได้ไหม พอผมโทรกลับไปและบอกว่าถ้าจะเอาผมมาไว้ตรงนี้ และให้ผมยุติเคลื่อนไหวผมไม่เอา แต่เมื่อไม่มีปัญหาก็ทำ”
“กันต์” เล่าว่า ปัจจุบันทำงานในตำแหน่งเลขานุการส่วนตัวนายยงยุทธ ได้รับค่าตอบแทนจากกระทรวงมหาดไทย ส่วนใหญ่จะได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติภารกิจงานทางสังคมกรณีนายยงยุทธ ติดภารกิจ หรือบางครั้งก็ติดตามการลงพื้นที่ อย่างการเดินทางไปประชุมครม.สัญจรอุดรก็เดินทางไปด้วย
ก่อนหน้านี้เขามีอาชีพเล่นดนตรีตามผับ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์วัดปทุมฯเป็นเหตุให้พี่สาวเสียชีวิต จากครอบครัว 5 คน เขาจึงต้องมาเป็นตัวหลักของครอบครัวในการติดตามค้นหาความจริง และเขาก็เป็นแกนนำอิสระในการชุมนุมทวงถามความเป็นธรรมซึ่งอาจเป็นเพราะเหตุนี้ถูกดึงเข้าวังวนการเมือง
ช่วงแรกเปิดลงทะเบียนแจ้งสิทธิรับเงินเยียวยา 7.75 ล้านบาท ครอบครัวน้องเกดปฏิเสธเพราะเข้าใจว่ามีผลให้ยุติคดีแพ่งที่ฟ้องร้องเอาจากกระทรวงการคลัง กระทั่งวันที่ 15 มี.ค. แม่น้องเกดตัดสินกลับมาแจ้งสิทธิรับเงินเยียวยาอีกครั้งโดยให้เหตุผลว่าเท่าที่พิจารณาแล้วจะไม่กระทบกับคดีแพ่งที่ฟ้องไปแล้ว
“เงื่อนไขมันไม่ชัดเจน ที่ได้ยินมาเห็นออกข่าวโครมคราม ยุติคดีแพง อยากถามว่าแล้วอำนาจของฝ่ายบริหารสามารถแทรกแซงอำนาจตุลาการได้อย่างนั้นหรือ แสดงว่าคนที่มาเป็นรัฐบาลสามารถสั่งศาลได้อย่างนั้นหรือ” ณัทพัช กล่าวถึงเจตนาไม่แจ้งสิทธิรับเงินเยียวยาในช่วงวันแรกๆ
เป้าหมายจริงๆที่ครอบครัวอัคฮาดต้องการจากคดีแพ่งหากชนะคดีจะได้นำไปฟ้องคดีอาญาต่อไป “ผมต้องการเรื่องคดีความ ด้วยการเอาคนผิดมาลงโทษ สนใจเรื่องคดีความ ใครมาถามผมจ่ายเงิน ผมไม่รู้เรื่องจ่ายเมื่อไหร่ ส่วนคดีตอบได้หมด กรณีเกด ถ้าพวกผมไม่ตาม พวกคุณก็ไม่ดึงขึ้นมา พวกคุณดึงมา 13 ศพ แสดงว่าคุณไม่จริงใจในการดำเนินคดี ผมตามเรื่องนี้มากกว่า”
กันต์ ตั้งข้อสังเกต การเยียวยาเป็นการซอฟท์จิตใจให้ญาติเบาบางลง เพื่ออะไรหรือเปล่า พอจ่ายปุ๊บ วันต่อมามีข่าวว่า สถาบันหนึ่งเสนอแนะให้นิรโทษกรรม ผมบอกเลยชาติหน้า ถ้าผมยังอยู่ ผมไม่เอา เอาคืนไปก็ได้ เยียวยามาเท่าไหร่ ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 4 แสนเอาคืนไป ของกระทรวงยุติธรรม อีก 1.5 แสนบาท เอาคืนไปก็ได้”
ล่าสุดข้อสรุปของสถาบันพระปกเกล้า กมธฯเห็นควรให้มีการนิรโทษกรรม กันต์จึงตั้งคำถามว่า นิรโทษให้ใคร "พวกผมไม่ได้ทำผิด ผมถามว่าให้ใคร คุณเอ่ยซิ พวกผมไม่ผิด คนตายไม่ผิด แล้วเพื่อใคร ดังนั้น ต้องถามตัวเองก่อนว่าให้ใคร ผมเป็นคนตรงนะไม่ไว้หน้าใคร ผมไม่ใช่นักการเมือง พี่สาวผมไม่ใช่นักการเมือง"
แม้รัฐบาลให้ตำแหน่งปิดปากเคลื่อนไหวแต่ “กันต์” ยืนยันเดินหน้าติดตามความคืบหน้าคดีให้ผู้สูญเสียต่อไป “การให้ตำแหน่งไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับผม และการที่ทำแบบนี้ เพราะผมเป็นครอบครัวเดียวที่ออกมาต่อสู้ เขาถึงได้ทำแบบนี้ ถ้าพูดกันตรงๆ ผมบอกว่าจะเอาผมออกเมื่อไหร่ก็ได้ ซึ่งเคยทำมาแล้วครั้งหนึ่งด้วยการประกาศลาออกกลางโต๊ะอาหาร เพราะถ้าอะไรที่เห็นว่ามันไม่ถูกต้อง ผมก็ไม่ไว้หน้าใคร”
วันนี้กันต์ยังไม่ลาออกแต่สถานการณ์ข้างหน้าก็ไม่แน่ "หลังสงกรานต์ผมคาดว่าจะออกจากตำแหน่งมหาดไทย เพื่อมาบู๊ให้เต็มที่ เพราะถ้าคดีไม่คืบหน้าระหว่าง 2 ปีนี้ ผมบู๊แหลก เพราะพวกคุณ(รัฐบาล)เข้ามา 7 เดือนแล้ว คดีไม่ไปถึงไหน รัฐทำงานเพื่อเกรงใจฝ่ายค้าน เฮกันไปมา และไม่เห็นค่า"
นี่จึงเป็นอีกกรณีตัวอย่างผ่านท่าทีญาติเหยื่อกับความพยายามรัฐบาลใช้ทุกวิถีทางสร้างความปรองดอง แม้แต่วิธีมุมมืดก็ตาม







