
ต้องติดตาม
งานคำมั่นสัญญาที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
งานคำมั่นสัญญาที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ไว้กับนักลงทุนที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักหนาสาหัสจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปีที่แล้วว่า การสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมนิคมอุตสาหกรรมเป็นภารกิจจำเป็นเร่งด่วนที่รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ขนาดบรรจุไว้ในวาระจำเป็นเร่งด่วน และทุ่มเทขนาดว่ารัฐจะจัดสรรเงินให้เปล่า 2 ใน 3 ของเงินทุนเพื่อนำไปสร้างเขื่อนกั้นน้ำ ส่วนที่เหลือจะให้ธนาคารออมสินปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ
ขณะเดียวกัน นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี ก็มีการบรรจุวาระเรื่องความคืบหน้าในการทำงานตามแผนการก่อสร้างเขื่อนนิคมฯ ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ทราบอย่างต่อเนื่องตั้งแต่กลางเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ขนาดว่ามีการกำหนดเส้นตายในแต่ละนิคมอุตสาหกรรมว่าจะสร้างเขื่อนกั้นน้ำให้แล้วเสร็จในเดือนไหน
ทว่า เมื่อเวลาผ่านมาเกือบ 1-2 เดือนแล้ว การก่อสร้างเขื่อนนิคมฯ ยังไม่คืบหน้าไปถึงไหน
ซ้ำร้ายกว่านั้น บรรดาผู้ประกอบการนิคมฯ อยู่ในภาวะที่เงินทุนร่อยหรอ เพราะต้องใช้เงินตัวเองลงทุนไปก่อน โดยคาดหวังว่าวงเงินสินเชื่อจากธนาคารออมสินและเงินให้เปล่าจากรัฐบาลจะมาถึงมือทันเวลา แต่จนแล้วจนรอดเงินก็ยังไม่ออกมา
กระทั่งผู้ประกอบการนิคมฯ นวนครออกมาส่งเสียงกระทุ้งรัฐบาลให้เร่งรัดจัดสรรเงินลงทุนก้อนนี้ ทั้งเงินกู้จากธนาคารออมสินในสัดส่วน 1 ใน 3 ของวงเงินก่อสร้าง และเงินสนับสนุนแบบให้เปล่าจากรัฐบาลในสัดส่วน 2 ใน 3 ของวงเงินก่อสร้าง แต่คำตอบที่ได้คงไม่น่าประทับใจนัก เพราะกว่าเงินจะออกต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีก 1 เดือน
เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะการนำเงินจากทั้งสองแหล่งออกมาใช้ต้องผ่านสารพัดขั้นตอนก่อนเสนอ ครม.เห็นชอบ โดยเฉพาะเงินกู้จากธนาคารออมสินที่ยังปล่อยกู้ไม่ได้ และธนาคารไม่กล้าปล่อยกู้ เพราะหลักเกณฑ์ยังไม่ชัดเจน แต่ที่น่าหนักใจยิ่งกว่า คือ การดำเนินการเหล่านี้อยู่ระหว่างการตั้งเรื่องเท่านั้น
สะท้อนว่าการทำงานของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้หน้าแล้วลืมหลัง ขาดกระบวนการติดตามงานที่ดี เพราะเมื่อครั้งน้ำเริ่มแห้งใหม่ๆ ผู้นำรัฐบาลรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าการสร้างเขื่อนนิคมฯ เป็นเรื่องสำคัญ และต้องเร่งดำเนินการ แต่ในวันนี้วันที่น้ำแห้งสนิท เขื่อนกั้นนิคมฯ เหมือนจะลดความสำคัญในสายตารัฐบาล ปล่อยให้กลไกราชการทำงานกันไปวันๆ ทำงานกันแบบขอไปที
น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ ครม.ต้องหันกลับมากระชับพื้นที่ เร่งรัดการสร้างเขื่อนกั้นนิคมฯ ให้ลุล่วงไปตามแผน ไม่ใช่แค่นั่งมองฝ่ายปฏิบัติทำงาน แต่ต้องลงมาคลุกวงใน แก้จุดอ่อนอย่างรีบเร่ง ทำงานแข่งกับเวลา เพราะเขื่อนป้องกันน้ำท่วมในนิคมฯ ถือเป็นหัวใจที่การันตีความเชื่อมั่นให้นักลงทุนได้มั่นใจว่าปีนี้หรือปีไหนๆ หากน้ำมา นิคมฯ ต้องไม่ท่วมอีก
ไม่เช่นนั้นความชะล่าใจในสถานการณ์น้ำมากเกินไป อาจเป็นเหตุให้รัฐบาลต้องล้มคว่ำในอนาคตอันใกล้ ในยามที่กระแสน้ำไหลบ่าจนนักลงทุนต้องหนีหายอีกครั้ง







