posttoday
กองปราบฯ จับมือฮ่องกงรุกฆาตวายร้ายข้ามแดน

กองปราบฯ จับมือฮ่องกงรุกฆาตวายร้ายข้ามแดน

27 มีนาคม 2555

ตำรวจกองปราบปรามกำลังเร่งประสานงานกับตำรวจในเอเชียตะวันออก และอาเซียน

โดย...วัสยศ งามขำ

ตำรวจกองปราบปรามกำลังเร่งประสานงานกับตำรวจในเอเชียตะวันออก และอาเซียน ในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ยกพลไปประชุมร่วมกับตำรวจฮ่องกง เพื่อร่วมกันป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติในทุกทาง

ตำรวจฮ่องกงเสนอให้จัดทำข้อตกลง หรือเอ็มโอยูร่วมกัน ในการคลี่คลายคดีสำคัญที่มีความเกี่ยวเนื่องพันกันระหว่างสองชาติ

และนับเป็นครั้งที่สองแล้วที่ตำรวจกองปราบปรามเกือบครึ่งร้อยเดินทางออกนอกประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการปราบปราม โดยเมื่อปีที่ผ่านมา พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) นำนายตำรวจนักสืบ และพนักงานสอบสวนเยือนสิงคโปร์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์การสืบสวน และความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรข้ามชาติกับตำรวจฮ่องกง

Steve Li, หัวหน้านักสืบ ตำรวจอินเตอร์โพลเมืองฮ่องกง (Detective Chief Inspector, Interpol Hong Kong) บอกกับตำรวจกองปราบปราม 43 คน ว่า ยินดีที่ตำรวจไทยเดินทางมาเยือน นับเป็นพัฒนาการที่ดีในการปราบปรามอาชญากรรมของทั้งสองประเทศ แม้จะมีคดีที่เกี่ยวพันต่อเนื่องกันไม่มากนัก แต่ฮ่องกงกำลังให้ความสำคัญกับคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับฮ่องกง ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

กองปราบฯ จับมือฮ่องกงรุกฆาตวายร้ายข้ามแดน

ทั้งนี้ เขาเสนอให้ไทยกับฮ่องกงทำข้อตกลง หรือเอ็มโอยูร่วมกัน ในการคลี่คลายคดีอาชญากรรมสำคัญ ซึ่งจะทำให้การบังคับใช้กฎหมายได้ง่ายมากขึ้น ในกรณีที่ต้องทำคดีระหว่างทั้งสองประเทศ โดยขณะนี้ฮ่องกงได้ทำข้อตกลงลักษณะนี้กับประเทศอื่นไปแล้ว 27 ประเทศ

สำหรับสถานการณ์อาชญากรรมในฮ่องกงนั้น เมื่อปีที่ผ่านมาเกิดคดีฆาตกรรมทั้งหมด 17 ครั้ง และอีก 60 ครั้งเป็นคดีพยายามฆ่า ส่วนใหญ่เกิดขึ้นเพราะปัญหาภายในครอบครัว ส่วนคดีระหว่างประเทศปี 2010 ฮ่องกงได้รับการประสานงานให้ช่วยเหลือ จำนวน 1,223 คดี และสามารถตอบสนองกลับไปได้ จำนวน 475 คดี ส่วนในปีที่ผ่านมา ได้รับการประสานงาน 1,116 คดี และสามารถตอบสนองกลับไปได้ 455 คดี

พล.ต.ต.สุพิศาล เห็นว่า ข้อเสนอให้ทำบันทึกข้อตกลง หรือเอ็มโอยูของฮ่องกง เป็นวิธีการทำงานที่ทันสมัยรูปแบบหนึ่ง เป็นการปราบปรามอาชญากรรมในรูปแบบของรัฐต่อรัฐ เป็นแนวทางหนึ่งในการสกัดกั้นอาชญากรรมข้ามชาติ

ที่ผ่านมาประเทศใหญ่ๆ ในยุโรป และอเมริกา ก็ทำงานร่วมมือกันในลักษณะนี้ เมื่อตำรวจฮ่องกงเสนอมาก็จะนำเรื่องนี้เสนอไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อพิจารณาในการดำเนินการต่อไป

ฮ่องกงถือเป็นประเทศหนึ่งที่คนไทยจำนวนมากเดินทางไปทำธุรกิจ และไปในรูปแบบของนักท่องเที่ยว จึงถือว่าเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่งที่อาจจะตกเป็นเหยื่อไม่ว่าจะเป็นอาชญากรรมในรูปแบบใดก็ตาม

และฮ่องกงยังถือเป็นประเทศหนึ่งที่อาจจะเป็นเส้นทางการหลบหนีของอาชญากรที่อาจจะเข้ามาซุกตัวหลบซ่อน หรือแอบใช้เงินที่ได้มาจากการะทำความผิด ตลอดจนฮ่องกงเองก็ถือได้ว่ามีคดีที่เกี่ยวข้องในเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติกับหลายประเทศ โดยเขาเองสนใจในเรื่องของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและการพาณิชย์

“ที่ผ่านมาเขาได้ร่วมมือทางคดีอาญากับประเทศอื่นๆ มาก่อนหน้าแล้ว ก็ถือว่ามีประสบการณ์ และมีความชำนาญ หากไทยกับเขามีการทำข้อตกลงร่วมกันก็จะทำให้ขับเคลื่อนกระบวนการสืบสวนสอบสวน เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายที่กระทำความผิดในไทย และหลบหนีไปอยู่นอกประเทศได้ดียิ่งขึ้น” พล.ต.ต.สุพิศาล บอก

จากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการปราบปรามอาชญากรรมกับ Andrew Robertson, Chief Inspector Crime Prevention Bureau ร่วมกันยังพบว่าฮ่องกงมีการป้องกันอาชญากรรมที่เข้มแข็ง โดยใช้หลักการควบคุมสภาพแวดล้อม และการใช้อุปกรณ์พื้นฐาน เช่น CCTV และการสร้างความมั่นคงพื้นฐานให้กับที่อยู่อาศัย ก็ถือว่าสอดคล้องกันวิธีการของกองปราบปรามที่กำลังดำเนินการอยู่ และต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันอาชญากรรม มากกว่าการไปตามไล่จับอาชญากรเมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้ว

นอกจากฮ่องกงแล้ว พล.ต.ต.สุพิศาล ยังได้นำคณะตำรวจกองปราบปรามทั้งหมด เดินทางไปยังเมืองเสิ่นเจิ้น ประเทศจีน และเข้าหารือกับ Lin Xiao Don, Deputy Director of CID เพื่อดูความก้าวหน้าในด้านนิติวิทยาศาสตร์ของตำรวจจีนด้วย

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันตำรวจเสิ่นเจิ้นมีการใช้อุปกรณ์ในการตรวจพิสูจน์หลักฐานที่ทันสมัย มีเครื่องมือทั้งจากยุโรปและอเมริกา การทำงานก็รวดเร็วเป็นเอกภาพที่ไม่จำเป็นต้องขึ้นกับส่วนกลาง วิธีการนี้หากนำมาปรับใช้กับกองปราบฯ ก็จะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงอยู่ที่ผู้บังคับบัญชาจะเอาจริงเอาจังให้ความสำคัญกับปัญหานี้มากน้อยเพียงใด

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์