posttoday
"ผู้หญิง" กับการพัฒนา (Gender and Development)

"ผู้หญิง" กับการพัฒนา (Gender and Development)

26 มีนาคม 2555

เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 1857 (พ.ศ. 2400) หรือประมาณ 155 ปีก่อน

โดย..พิริยะ ผลพิรุฬห์

เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 1857 (พ.ศ. 2400) หรือประมาณ 155 ปีก่อน ได้เกิดเหตุการณ์อันน่าสลดใจที่กรรมกรหญิงในโรงงานทอผ้า เมืองชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้พากันลุกฮือประท้วงให้นายจ้างเพิ่มค่าจ้าง และเรียกร้องสิทธิที่พวกเธอไม่ได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรม แต่สุดท้ายการประท้วงดังกล่าวกลับส่งผลให้มีผู้หญิงถึง 119 คน เสียชีวิตจากการที่มีคนลอบวางเพลิงเผาโรงงานที่พวกเธอนั่งชุมนุมกันอยู่ จนกระทั่งในวันที่ 8 มี.ค. 1910 (พ.ศ. 2453) ได้เกิดการประชุมจากตัวแทนสตรีจาก 17 ประเทศ ณ เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก โดยในที่ประชุมได้ประกาศรับรองข้อเรียกร้องของบรรดากรรมกรสตรี และได้ประกาศให้วันที่ 8 มี.ค.ของทุกปีเป็น “วันสตรีสากล” เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นดังกล่าวข้างต้น

ถึงแม้ว่าการต่อสู้ของผู้หญิงเพื่อให้ได้รับสิทธิที่เท่าเทียมกันกับผู้ชายจะเกิดขึ้นมากว่าศตวรรษแล้วก็ตาม แต่ก็ต้องยอมรับครับว่า การกีดกันทางเพศ (Gender Discrimination) ก็ยังคงมีอยู่ในทุกประเทศทั่วโลก จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางด้านสังคมและวัฒนธรรม รวมถึงโครงสร้างทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ ประเด็นทางด้านการแบ่งแยกทางเพศยังคงเป็นประเด็นร้อนในโลกปัจจุบัน โดยสังเกตได้จากรายงาน World Development Report ปีล่าสุดของธนาคารโลก (The World Bank) ที่มีชื่อว่า “Gender Equality and Development” (Download ได้จาก www.worldbank.org/gender) ที่มีเนื้อความสำคัญของรายงานระบุว่า ถึงแม้จะมีกว่า 136 ประเทศทั่วโลกจะได้บัญญัติความเท่าเทียมกันของผู้หญิงและผู้ชายไว้ในกฎหมายแล้วก็ตาม แต่ค่าสถิติทางด้านการพัฒนา (Development Indicators) ต่างๆ ก็ยังระบุได้อย่างชัดเจนว่า ผู้หญิงยังคงถูกกีดกันในด้านต่างๆ มากกว่าผู้ชายมาก ไม่ว่าจะเป็น การเสียชีวิตของแม่ในขณะคลอดลูกก็ยังคงมีอัตราที่สูงในกลุ่มประเทศแอฟริกาเหนือ (อัตราเท่ากับศตวรรษที่ 17 ในกลุ่มประเทศยุโรป) โดยประเทศที่ยากจนยังคงมีอัตราการเสียชีวิตของผู้หญิง (ต่อการเสียชีวิตของผู้ชาย) ที่สูงกว่าในประเทศที่ร่ำรวยกว่า ผู้หญิงยังคงได้รับรายได้ที่ต่ำกว่าผู้ชายในเกือบทุกอาชีพ และผู้หญิงยังคงเป็นกลุ่มที่ไม่มั่นคง (Vulnerable Group) จากการถูกไล่ออกจากงาน และจะยิ่งแย่ในกรณีของผู้หญิงที่หย่าร้าง ถูกทิ้ง หรือสามีเสียชีวิต

ในกรณีของประเทศไทย จากการศึกษาของอาจารย์นวลพรรณ ไม้ทองดี ของคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ พบว่าจากร้อยละ 100 ของรายได้ที่แตกต่างกันระหว่างผู้หญิงและผู้ชายไทยที่จบการศึกษาในระดับอุดมศึกษาเกิดจากการแบ่งแยกทางเพศถึงร้อยละ 62-67 (ในขณะที่เหลือเกิดจากความแตกต่างทางด้านความสามารถและโอกาสทางการศึกษา) ซึ่งจะแปลได้ว่า ถึงแม้ว่าผู้หญิงไทยจะมีความสามารถและการศึกษาเท่ากับผู้ชายก็ตาม แต่พวกเธอเหล่านั้นก็ยังคงได้รับรายได้ต่ำกว่าผู้ชาย หรือจะให้กล่าวง่ายๆ ก็คือ ถ้าผู้หญิงจะต้องการให้ได้รับรายได้เท่าผู้ชาย พวกเธอเหล่านั้นจำเป็นต้องเก่ง (หรือจบการศึกษา) ที่สูงกว่าผู้ชายที่อายุเท่าๆ กัน

อย่างไรก็ดี ต้องยอมรับครับว่าบทบาทของผู้หญิงไทยในปัจจุบันได้รับการยอมรับจากสังคมเพิ่มมากขึ้น โดยการสำรวจของศูนย์สำรวจความคิดเห็นของประชาชน สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ “นิด้าโพล” พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าสถานภาพของสตรีไทยในปัจจุบันมีความเท่าเทียมกับบุรุษแล้วในทุกๆ ด้าน ทั้งในด้านสังคม (ร้อยละ 76.02) ด้านเศรษฐกิจ (ร้อยละ 67.85) และทางการเมือง (ร้อยละ 66.82) ประมาณร้อยละ 67.3 ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่า การที่ประเทศไทยมีคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกนั้นมีส่วนช่วยในการทำให้ภาพลักษณ์ของสตรีไทยดีขึ้น อย่างไรก็ดี มีเพียงประมาณร้อยละ 18.87 เท่านั้นที่คิดว่าการมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้หญิงจะสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของหญิงไทยได้ และมีมากกว่าครึ่ง (ร้อยละ 58.65) ที่เห็นว่าระดับคุณภาพชีวิตของหญิงไทยคงยังเป็นเหมือนเดิมถึงแม้ว่าจะมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้หญิงก็ตาม

ในทางเศรษฐศาสตร์ การสร้างความเท่าเทียมกันระหว่างผู้หญิงและผู้ชายจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ (Economic Efficiency) และนำมาสู่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เนื่องจากผู้หญิงจะมีทักษะเฉพาะที่ผู้ชายไม่มี (เช่น ความละเอียดอ่อน ความปรองดอง และความอดทน) ซึ่งผู้หญิงเหล่านั้นสามารถทำงานอีกหลายประเภทได้ดีกว่าผู้ชาย ซึ่งจะเป็นการช่วยเพิ่มผลผลิตทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ความเท่าเทียมกันทางเพศยังช่วยสร้างพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในรุ่นต่อๆ ไป (เช่น การให้กำเนิดลูกที่มีคุณภาพ) ซึ่งจะส่งผลทางบวกต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว

ถ้าจะเปรียบเทียบการจัดการภายในครอบครัวกับการพัฒนาประเทศ ในส่วนตัวของผม ภรรยาของผมเป็นผู้มีบทบาทสำคัญมากต่อการพัฒนาครอบครัวของเรา ภรรยาของผมจะต้องรักษาสมดุลของการทำงานนอกบ้านกับงานในบ้าน โดยเธอสามารถทำออกมาได้อย่างดีทั้งสองด้าน (โดยจำเป็นต้องลดความสุขส่วนตัวลงไป) ซึ่งผมสามารถกล่าวได้อย่างไม่อายว่า ความสำเร็จทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้นภายในครอบครัวของเรานั้นต่างเกิดขึ้นจากภรรยาของผมทั้งสิ้น ขอขอบคุณผู้หญิงที่เป็นทั้ง Super Wife and Super Mom คนนี้ที่มีส่วนช่วยในการ “พัฒนา” ครอบครัวของเรา ครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท