
ปรองดองฉบับ"นิชา"งานวิจัยไม่ได้รับเชิญ
เราจัดการความรู้สึกด้วยวิธีอะไร การจัดการความรู้สึกของคนเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ยากมากที่จะสั่งว่าพรุ่งนี้ต้องลืม พรุ่งนี้ต้องอภัย
โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
ในวันที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางสร้างความปรองดองแห่งชาติ ซึ่งมี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นประธานจัดให้มีการเสวนาแสดงความคิดเห็นผลวิจัยปรองดองของสถาบันพระปกเกล้า มีบรรดานักการเมืองชื่อดังมาแสดงความเห็น
แขกไม่ได้รับเชิญปรากฏตัวขึ้นพร้อมนำเสนอแนวทางปรองดองผ่านทีมงานวิจัยสถาบันพระปกเกล้า และกรรมาธิการฯ รายอื่นให้ฟังเสียงข้างน้อยอย่างเธอบ้าง
นิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม ภรรยา พล.อ.ร่มเกล้า ที่ถูกกองกำลังในความมืดลอบยิงเสียชีวิตขณะปฏิบัติการขอคืนพื้นที่บริเวณสี่แยกคอกวัว เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2553 ทุกวันนี้เธอเดินหน้าเรียกร้องหาความจริงต้องการความยุติธรรม
นิชา บอกว่า กระบวนการปรองดองที่ควรเป็น ต้องเริ่มจากค้นหาข้อเท็จจริง ซึ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันมีกลไกจากการตั้งคณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินงานตามขอเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.) และยอมรับการทำงาน คอป.ที่มีคณิต ณ นคร ที่แต่งตั้งจากรัฐบาลที่แล้วมิใช่หรือ แต่ถามว่าคณะกรรมการเหล่านี้ค้นหาข้อเท็จจริงไปถึงไหน อีกทั้ง มีรายงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสรุปเมื่อเดือน ก.ค. 2554 ทำไมไม่ค้นหาข้อเท็จจริงจากกรรมการทั้งหมดนี้ก่อน
หลังค้นหาข้อเท็จจริงผู้ถูกดำเนินคดีก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมหาคนถูก-คนผิด แต่ถามว่ากระบวนการยุติธรรมที่ดำเนินการขณะนี้ รัฐบาลทำอย่างไร
เธอยกตัวอย่างกรณีสามีของเธอ เริ่มแรกคดีมีความคืบหน้าเมื่อดีเอสไอสรุปว่าเป็นการกระทำของคนเสื้อแดงซึ่งก่อนหน้านี้มีการแถลงข่าวต่อสาธารณะลงหนังสือพิมพ์หลายฉบับจับกุมผู้ต้องหาได้ ต่อมา พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯ สมัยนั้นได้เข้าไปประกันตัวคนเหล่านี้ออกมาโดยอ้างว่าเพื่อเข้าสู่กระบวนการปรองดอง
จากนั้นเปลี่ยนรัฐบาล พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ให้เจ้าหน้าที่ส่งรายงานความคืบหน้ามาให้เธอมีเนื้อหาสองบรรทัดยังไม่พบพยานหลักฐานว่าใครเป็นคนยิง (ตามเอกสารในมือนิชา)
“ทำให้ดิฉันงง เกิดอะไรขึ้นช่วยอธิบายหน่อยสิ” ขณะที่คดีคนเสื้อแดงรวมถึงการตั้งข้อหาเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐกลับนำขึ้นสู่ศาลอย่างรวดเร็ว
กระบวนการปรองดองของเธอที่วางไว้ เมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทราบคนผิด คนถูกแล้ว จึงเข้าสู่การชดเชยเยียวยา
“แต่มีคำถามเรื่องเยียวยา เพราะ คอป.และมติ ครม.ยืนยันว่า การเยียวยาต้องมีการพิสูจน์ว่าไม่ได้กระทำความผิด แต่ทำไมขณะนี้เร่งกระบวนการเยียวยา ไม่ต้องรอผลการค้นหาข้อเท็จจริง หรือผลการดำเนินคดีที่สิ้นสุดหรือ
การเยียวยาเป็นขั้นตอนอยู่แล้ว ซึ่งเธอไม่ได้ค้านแต่ต้องการความรอบคอบ โดยต้องแยกเป็นการเยียวยาเบื้องต้นให้กับทุกคนในเรื่องค่าทำศพ ค่าเสียหาย เช่นเดียวกับเยียวยาจิตใจทุกคน จากนั้นถึงเยียวยาด้วยตัวเงินที่ไม่ใช่ให้ทั้งหมด ซึ่งเป็นการให้กับเหยื่อผู้ถูกกระทำ ผู้เป็นฝ่ายเสียหายแต่ไม่ใช่ผู้กระทำความผิด ซึ่งต้องรอผลพิสูจน์
กระบวนการสุดท้ายคือ “การนิรโทษกรรม (คนผิด) กล่าวคือ เวลาศาลพิพากษาคนผิดยังต้องให้รับโทษสำนึกผิดก่อนปล่อยตัวเช่นเดียวกัน การนิรโทษกรรมจะเกิดขึ้นได้ต้องผ่านกระบวนการทั้งหมดมาก่อน
แต่สถานการณ์ปัจจุบันกลับข้ามขั้นตอนหยิบการเยียวยาขึ้นมาก่อนและอีกด้าน กมธ.ก็หยิบผลวิจัยสถาบันพระปกเกล้าขึ้นมาลงมติและเห็นด้วยให้โละคดีทั้งหมดออกกฎหมายนิรโทษกรรรม
นิชา กล่าวว่า ถ้าวันนี้ข้ามผ่านไปเลย มันเร็วจบเร็วใช่ แต่สิ่งที่ไม่ได้ ข้อดีให้ประโยชน์คู่กรณีทั้งหมดยกเว้นคนตาย กับประชาชนทั่วไปไม่ได้ประโยชน์แต่ไม่เกิดการเรียนรู้บทเรียนที่จะรับประกันได้ว่าพรุ่งนี้จะไม่เกิดการใช้ความรุนแรงอีกประชาชนส่วนใหญ่ยอมรับหรือไม่ เป็นสิ่งที่ยิ่งสร้างความรู้สึกเกาะกินใจกันไปอีก
“เราจัดการความรู้สึกด้วยวิธีอะไร การจัดการความรู้สึกของคนเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ยากมากที่จะสั่งว่าพรุ่งนี้ต้องลืม พรุ่งนี้ต้องอภัย มันไม่ง่ายอย่างนั้น” แขกไม่ได้รับเชิญ กล่าว
การที่ กมธ.หยิบแนวทางปรองดองโยนเข้าสภาตัดสินนั้น ต้องการทำเพื่อผู้จากไป หรือเพื่อประโยชน์ใคร
เธอตอบทิ้งท้ายว่า “ไม่รู้ แต่สังคมต้องหาคำตอบ”
“ทางที่ถูกคือหลักการที่ถูกต้อง ถ้าเราตอบตัวเองไม่ได้ ถนนอยู่ที่ไหนก็เหมือนเดิน อยู่บนถนนที่หลงทางต้องหาถนนให้เจอ”







