
ประเด็นร้อน
การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของกองทุนประกันสุขภาพ ยังเป็นประเด็นน่าสนใจที่ต้องติดตาม เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนไทยทุกคน
การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของกองทุนประกันสุขภาพ ยังเป็นประเด็นน่าสนใจที่ต้องติดตาม เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนไทยทุกคน
1.พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบการเงินการคลังด้านสุขภาพแห่งชาติ (สพคส.) ในช่วงบ่ายวันนี้ โดยมี 4 วาระสำคัญที่จะพิจารณา ได้แก่ 1.การจัดตั้งหน่วยงานกลไกกลาง (เป็นทางการ) เพื่อกำหนดและพัฒนามาตรฐานสำหรับกองทุนประกันสุขภาพ 2.ร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบการเงินการคลังด้านสุขภาพแห่งชาติ 3.แผนปฏิบัติการการพัฒนากลไกด้านสังคมและการสื่อสารสาธารณะ และ 4.แผนงบประมาณประจำปี 2555-2556
2.น่าติดตามแนวทางการแก้ไขปัญหาสินค้าอุปโภคบริโภคราคาแพงของรัฐบาล โดยวันนี้กรมการค้าภายใน ในฐานะแม่งานทำโครงการโชห่วยช่วยชาติ ร้านถูกใจ หรือโครงการ 1 ร้านค้า 1 ชุมชน นัดประชุมหารือองค์การคลังสินค้า (อคส.) กับบริษัทคู่สัญญาที่ได้รับมอบหมายในการปรับปรุงและบรรจุข้าวถุงราคาถูก เบื้องต้นเตรียมหารือถึงแนวทางในการนำข้าวถุงไปวางขายในห้างสรรพสินค้า และป้อนให้ผู้ประกอบการร้านถูกใจทั่วประเทศ
3.ศึกภายในพรรคเพื่อไทย (พท.) ปมความขัดแย้งระหว่างนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และนายประวัฒน์ อุตตโมต สส.บัญชีรายชื่อ น้องชายของนางพนิตา กำภู ณ อยุธยา อดีตปลัด พม. ที่ถูกเด้งฟ้าผ่า โดยวันนี้ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย สส.บัญชีรายชื่อ รับหน้าเสื่อเป็นกาวใจ เรียกทั้งสองฝ่ายมาหารือทำความเข้าใจเพื่อยุติปัญหาภายในพรรค
4.กลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นัดแถลงข่าว “ค้านการจัดเก็บภาษีสรรพ สามิตแอร์” ในประเด็นผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้ประกอบการและผู้บริโภคจากการที่รัฐบาลกำลังทบทวนนโยบายที่จะกลับมาเก็บภาษีสรรพสามิตเครื่องปรับอากาศในอัตรา 15% เท่าเดิมอีกครั้ง
5.การประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ มีวาระสำคัญ คือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมนำคดีการลักลอบนำยาแก้หวัดสูตรผสมสารซูโดอีเฟดรีน ซึ่งใช้ตั้งต้นผลิตยาเสพติดออกไปจากโรงพยาบาล ซึ่งเกิดขึ้นหลายแห่งในโรงพยาบาลพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ พบว่ามีการดำเนินการเป็นขบวนการ น่าเชื่อว่ากลุ่มผู้กระทำผิดน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน
6.พรรคเพื่อไทยเตรียมหอบแฟ้มผลการตรวจสอบ 172 โครงการจัดซื้ออุปกรณ์กล้องวงจรปิดของ กทม. ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ตรวจสอบเอาผิด โดยเฉพาะประเด็นราคาการจัดซื้อเคเบิลใยแก้วนำแสง ที่มีการจัดซื้อสองรอบ แต่ราคาแพงกว่าราคากลางและราคาทั่วไปหลายเท่าตัว พร้อมทั้งส่งเรื่องให้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษด้วย
7.หลังจากคณะกรรมการขนส่งทางบกกลางไม่ปรับค่าโดยสาร วันนี้ผู้ประกอบการรถร่วมองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และรถสองแถว จะเข้าพบ รมว.คมนาคม เพื่อยื่นหนังสือขอความเห็นใจ พร้อมแจกแจงต้นทุนในส่วนของการประกอบการด้วย
8.น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที เปิดเผยรายละเอียดผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของสัญญาการให้บริการ 3จี ระหว่างกลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น และบริษัท กสท โทรคมนาคม หลังกลุ่มทรูเข้าซื้อกิจการของบริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย หรือ ฮัทช์ มูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท แต่สัญญาดังกล่าวกลับไม่ผ่านขั้นตอนตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 หรือ พ.ร.บ.ร่วมทุน ทั้งที่มีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท และ กสท ให้สิทธิทรูเพียงรายเดียว ทั้งที่ควรเปิดกว้างให้เอกชนรายอื่นร่วมเสนอราคาในการเข้าซื้อกิจการของฮัทช์ด้วย
9.นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง เปิดงานมหกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์นานาชาติ ครั้งที่ 2 (TICEF 2012) จากนโยบายสู่การขับเคลื่อน : คุณค่าจากท้องถิ่นต่อ ยอดสู่สากล และปาฐกถาพิเศษ “การ สร้างคุณค่าเพื่อขับเคลื่อนความมั่งคั่ง : มุมมองของประเทศไทย” ณ ห้องคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ B2 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ
10.น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ยังอยู่ระหว่างการเยือนสาธารณ รัฐเกาหลีอย่างเป็นทางการ และการเข้าร่วมประชุมระดับผู้นำว่าด้วยความมั่นคงทางนิวเคลียร์ประจำปี 2555 ระหว่างวันที่ 2427 มี.ค. 2555







