
แก้กม.สกัดค้าปลีกนอก
รื้อใหญ่บัญชี 3 กฎหมายต่างด้าว สกัดค้าปลีก ค้าส่งต่างชาติเข้าไทย
รื้อใหญ่บัญชี 3 กฎหมายต่างด้าว สกัดค้าปลีก ค้าส่งต่างชาติเข้าไทย
นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการพิจารณาทบทวนบัญชีแนบท้ายตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ที่มีนายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นประธาน ได้รายงานว่า ทบทวนประเภทธุรกิจตามบัญชีแนบท้าย 3 ประจำปี 2554 เสร็จสิ้นแล้ว จากนี้จะเสนอคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวพิจารณา หากเห็นชอบจะเสนอ รมว.พาณิชย์ อนุมัตินำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป
รายละเอียดการปรับปรุงแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม 9 ธุรกิจ กลุ่มแรก มี 2 ธุรกิจ คือ ค้าปลีก และค้าส่ง ให้คงไว้ในบัญชีแนบท้ายตามเดิม แต่ต้องขออนุญาตทุกประเภท จากเดิมบังคับเฉพาะค้าปลีกทุนน้อยกว่า 100 ล้านบาท หรือร้านค้าที่ทุนน้อยกว่า 20 ล้านบาท ส่วนค้าส่งทุนน้อยกว่า 100 ล้านบาท
หลังจากนี้รายใหญ่ที่มีทุนมากกว่า 100 ล้านบาท ก็ต้องขออนุญาตด้วย เพราะขณะนี้เศรษฐกิจไทยแข็งแกร่งไม่ต้องพึ่งเงินไหลเข้าจากธุรกิจประเภทดังกล่าวแล้ว ต่อไปธุรกิจไทยจะได้แข่งขันในตลาดได้มากขึ้น
กลุ่มสอง มี 2 ธุรกิจ คือ การซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (เอเฟท) เฉพาะกรณีที่ไม่มีการส่งหรือรับมอบสินค้าเกษตรจริง และธุรกิจหลักทรัพย์ ให้เอาออกจากบัญชีแนบท้าย 3 เพราะมีหน่วยงานเฉพาะดูแลแล้วและให้หน่วยงานที่รับผิดชอบกำกับดูแล
ในส่วนของเอเฟท คณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า (กสล.) ให้ความเห็นว่าการซื้อขายในตลาดเอเฟทแบบไม่ได้ส่งมอบสินค้าเกษตรจริง จะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย ในทางกลับกันหากนำออกจากบัญชี จะช่วยส่งเสริมให้การซื้อขายลักษณะดังกล่าวของเอเฟทขยายตัวมากขึ้น
ขณะที่ ธุรกิจหลักทรัพย์ ที่ยกออกจากบัญชี 3 เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) สามารถกำกับดูแลได้ครอบคลุมอยู่แล้ว
กลุ่ม 3 มี 5 ธุรกิจ คือ นำเที่ยว คลังสินค้า ประกันชีวิต วินาศภัย และธนาคารพาณิชย์ ให้อยู่ในบัญชีตามเดิม เพราะไทยยังแข่งขันไม่ได้กับธุรกิจจากต่างชาติได้ และบางธุรกิจเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ เช่น คลังสินค้า เป็นต้น







