
"เสธ.แดง"พบทักษิณเสนอแผน 3 วันกลับประเทศ
พล.ต.ขัตติยะ เผยพบทักษิณดูไบเสนอแผนชุมนุม 3วันเผด็จศึก แต่ไม่ถูกนำมาใช้ ยันคงเดินตามแนวทางของกลุ่ม นปช. ด้านอริสมันต์ยันมีพระกว่า 2หมื่นรูปร่วมชุมนุม
พล.ต.ขัตติยะ เผยพบทักษิณดูไบเสนอแผนชุมนุม 3วันเผด็จศึก แต่ไม่ถูกนำมาใช้ ยันคงเดินตามแนวทางของกลุ่ม นปช. ด้านอริสมันต์ยันมีพระกว่า 2หมื่นรูปร่วมชุมนุม
พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เปิดเผยผ่านรายการลับ ลวง พราง โดยยอมรับว่า มีการเดินทางไปที่เมืองดูไบ เพื่อพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จริง ซึ่งล่าสุดได้เสนอแผนดำเนินการเกี่ยวกับการชุมนุมที่จะเกิดขึ้น โดยตนเองคาดการณ์ว่า จะใช้เวลาปฏิบัติการเพียง 3 วันจะสามารถจัดการทุกอย่างได้ และในวันที่ 4 จะมีการเชิญให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางกลับประเทศในฐานะนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้แผนการต่อสู้ดังกล่าวตนได้เสนอกับ พ.ต.ท.ทักษิณ แล้ว แต่จะได้รับความเห็นชอบจากแกนนำ นปช. เพื่อนำไปใช้ปฎิบัติในการชุมนุมวันที่ 14 มี.ค. นี้หรือไม่นั้น คงไม่สามารถตอบได้ เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเพียงหนึ่งเสียงในสมาชิกกลุ่ม นปช. เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม กลุ่มแกนนำนปช.ยังคงยืนยันตามแนวทาง ดังนั้นเรื่องทั้งหมดจึงเป็นเพียงแค่การเสนอแผนที่ไม่ถูกนำมาใช้จริง ซึ่งการปฏิบัติจริงในวันชุมนุมคงเดินตามแนวทางของกลุ่ม นปช.ที่วางไว้ แต่ตนเองไม่ได้เข้าไปมีส่วนอะไร โดยเฉพาะข่าวเรื่องการจัดหากองกำลังดูแลความปลอดภัยนั้น ยืนยันว่า ตนเองไม่มีกำลังในมือพอที่จะสั่งการอะไรได้ ดังนั้นภาพคนชุดดำที่เห็น จึงเป็นการดำเนินการของกลุ่มคนเหล่านั้นเอง ที่ต้องการออกมาร่วมชุมนุม
พล.ต.ขัตติยะ ยืนยันว่า การเดินทางไปพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ หลายครั้งติดต่อกันในช่วงระยะนี้ ไม่ได้เป็นการเดินทางไปรับน้ำเลี้ยง สำหรับนำไปใช้เคลื่อนไหวช่วงการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 14 มี.ค. นี้ แต่อย่างใด เพราะตนเองนั้นมีความเชื่อว่า หากเมื่อใดที่ไปรับเงิน ก็จะยิงปืนไม่แม่น เทพยดาฟ้าดินไม่คุ้มครอง ส่วนแผน 4 ขั้น ในการเดินเกมของตนเองประกอบด้วย
1.ต้องมีผู้นำในการหยุดทหาร ซึ่งในที่นี้ก็หมาย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย แต่อย่างไรก็ดีในครั้งนี้ คงต้องให้ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย คอยดูแลให้ดี เพราะเกรงว่า พล.อ.ชวลิต จะเกิดถอดใจ เหมือนเมื่อครั้งเกิดเหตุพฤษภาทมิฬ อีก
2.ต้องใช้ครอบครัวทหาร มาเป็นเครื่องมือในการป้องกันไม่ให้มีการใช้ทหารเข้ามาปราบปรามกลุ่มเสื้อแดง
3.ต้องใช้บิดา มารดา สกัดกั้นไม่ให้นายทหารชั้นผู้น้อย โดยเฉพาะพลทหาร กลับเข้ากรมกอง เพื่อไม่ให้ถูกใช้มาปราบปรามกลุ่มคนเสื้อแดง
ส่วนในขั้นตอนที่ 4. นั้น เป็นแผนสำรอง ในกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงไม่ได้รับชัยชนะ คือ การนำประชาชนคนเสื้อแดงกลับบ้าน เพื่อรอวันกลับมาล้างตา ครั้งใหม่ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง ในการต่อสู้ครั้งต่อไป ตนเองก็จะเป็นผู้นำเต็มตัว และในครั้งนี้จะมีการนำกลุ่มฮาร์ดคอร์ และทหารพรานชุดดำ มาใช้ในการปะทะกับหน่วยทหาร ซึ่งคงจะมีความเป็นไปได้ ถึงขั้นมีการเลือดตกยางออกกันบ้าง
ด้านนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงความพร้อมในการระดมมวลชนของคนเสื้อแดงเข้ามาชุมนุมใหญ่ในวันที่ 14 มีนาคม ที่กทม.ว่า จากการตรวจสอบจากแกนนำ นปช.ทั่วประเทศขณะนี้มีความพร้อมอย่างมาก ซึ่งก่อนวันที่ 12 มีนาคม ก็จะเริ่มมีมวลชนคนเสื้อแดงบางส่วนทยอยมาล่วงหน้า เช่น กลุ่มของม็อบชาวนากว่า 5 พันครอบครัว รวมกับกลุ่มรถอีแต๋นบางส่วนจะเริ่มทยอยเดินทางยังที่จุดพักของภาคต่างๆ เช่น นครราชสีมา สระบุรี และจะมีบางกลุ่มดินทางมายัง กทม.ก่อนวันที่ 12 มีนาคมนี้ ซึ่งยืนยันว่านอกจากจะมีประชาชนคนเสื้อแดงทั่วประเทศแล้ว จะมีพระสงฆ์อย่างน้อย 2 หมื่นรูป อาทิ พระธรรมกาย วัดแก้วฟ้าฯ รวมทั้งวัดจากภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง เข้ามาร่วมชุมนุมแน่นอน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้คนเสื้อแดง พร้อมกับทำพิธีสวดมหากาลิโก สวดชนะมาร เพื่อเข้ามาช่วยเป็นเตือนสติทหาร ตำรวจ และรัฐบาลที่รับใช้อำมาตย์ ไม่ให้เข้ามาทำร้ายปราบปรามคนเสื้อแดง
ส่วนกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ระบุว่า เตรียมรถยกเพื่อนำมาขวางกลุ่มรถอีแต๋น และหากมีการทำผิดกฎหมายจราจรก็จะออกใบสั่ง นายอริสมันต์ กล่าวว่า ขอฝากไปบอกนายสุเทพให้ระวังตัวไว้ หากมีการนำรถมาขวางคนเสื้อแดงก็จะเดินเท้าให้เต็มถนน ทั้งนี้ทราบข่าวว่านายสุเทพให้ตำรวจที่เชียงใหม่ออกมาหมายเรียกตนเองเร็วๆนี้ แต่ไม่ทราบว่าเป็นคดีใด ซึ่งส่วนตัวมองว่า การดำเนินการเพื่อสกัดกั้นการชุมนุม เหมือนกรณีที่ก่อนหน้านี้มีการออกหมายจับเคทองลูกน้องคนสนิทของ พล.ต.ขัตติยะ สัวสดิผล ก็จะยิ่งเป็นการปลุกระดมคนเสื้อแดง







