
มาร์คจี้ถอนรายงานปรองดองอัดแม้วแทรกแซงยุติธรรม
อภิสิทธิ์จี้ถอนรายงานปรองดองชี้ทักษิณระบุกำลังคุยผู้พิพากษาปล่อยแดงเป็นการแทรกแซงกระบวนยุติธรรม
อภิสิทธิ์จี้ถอนรายงานปรองดองชี้ทักษิณระบุกำลังคุยผู้พิพากษาปล่อยแดงเป็นการแทรกแซงกระบวนยุติธรรม
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า การทำงานของคณะกรรมมาธิการปรองดอง ถือว่าผิดปกติเพราะไม่เคยมีการปิดกั้น หรือรวบรัดสรุปรายงานเพราะมีเพียงไม่กี่คนที่รับทราบเรื่องนี้ คือ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธาน กมธ. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ เลขานุการ หากผู้วิจัยของคณะสถาบันพระปกเกล้า ถอนรายงานออกไปก็จะแก้ปัญหาได้ทันที
ส่วนที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่าจะกลับประเทศไทย เห็นว่า คนที่ถูกศาลตัดสินว่าทำผิด และยังมีคดีค้างอยู่อีกมาก แต่ไม่ต้องพิสูจน์ว่าตัวเองทำผิดจะเท่ได้อย่างไร ในทางตรงกันข้ามคิดว่านี่คือการตอกย้ำให้เห็นว่ามีความพยายามนำคำว่าปรองดองมาบังหน้า เป็นการแก้ปัญหาให้แก่ผู้ต้องคดีไม่ได้ตอบโจทย์ให้สังคม ดังนั้น ถ้าคณะผู้วิจัยจริงใจที่จะให้มีการเดินหน้าการปรองดงอย่างเป็นระบบต้องหยุดยั้งกระบวนการนี้เพราะสังคมจะนำไปสู่ความขัดแย้ง สูญเสียโอกาสสำคัญในการสร้างความปรองดอง
"ยังไม่เคยเห็นการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมล้มล้างคำพิพากษามาก่อน แต่ถ้ารัฐบาลทำเช่นนั้นก็เท่ากับว่าคนมีอำนาจคือผู้กำหนดถูกผิดไม่ใช่วิถีประชาธิปไตย เพราะประชาธิปไตยนั้นใช้เสียงข้างมากเพื่อกำหนดทิศทางการบริหารประเทศไม่ใช่ตัดสินถูกผิด" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ส่วนกรณี พ.ต.ท.ทักษิณพูดถึงกระบวนการยุติธรรมในลักษณะเหมือนถูกแทรกแซงได้ ระบุว่ากำลังพูดคุยกับผู้พิพากษาเพื่อให้ปล่อยตัวคนเสื้อแดง แสดงให้เห็นว่า กระบวนการยุติธรรมที่ต้องการคือ กระบวนการที่ถูกแทรกแซงได้ ไม่ใช่กระบวนการยุติธรรมที่มีความเป็นกลาง ต้องถามว่า สังคมไทยต้องการให้เกิดสิ่งเหล่านี้หรือไม่ และสะท้อนว่า การกล่าวหากระบวนการยุติธรรมที่ผ่านมาของ พ.ต.ท.ทักษิณ และพวกเป็นเพราะคำตัดสินไม่ถูกใจ หรือไม่สามารถแทรกแซงได้ หากปล่อยให้เดินหน้าเช่นนี้ จะเพิ่มความขัดแย้งมากขึ้น และยังทำลายความถูกต่องในสังคม ทั้งการปฏิเสธความรุนแรงให้กระบวนการยุติธรรมมีความเป็นอิสระ ทั้งนี้เห็นว่าฝ่ายตุลาการน่าจะทำความเข้าใจต่อสังคมเกี่ยวกับการทำงานในระบบตุลาการ
ทั้งนี้ ไม่เห็นด้วยที่นายกรัฐมนตรีโยนให้สภาเป็นผู้กำหนดแนวทางปรองดอง เพราะการปรองดองไม่ใช่เรื่องของการออกกฎหมายเพียงอย่างเดียวเพราะเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารด้วย แต่ที่พูดเช่นนี้เพราะต้องการโยนความรับผิดชอบให้พ้นตัวมากกว่า ซึ่งตนคิดว่านายกรัฐมนตรีต้องฟังคณะผู้วิจัยและเดินหน้าตามเจตนารมณ์ดังกล่าว อย่าใช้เสียงข้างมากในสภามาสรุปแนวทางปรองดอง และควรรอผลสรุปของ คอป.ด้วย ไม่ใช่หยิบเฉพาะประเด็นที่ตัวเองได้ประโยขน์กรณีการเยียวยาไปใช้แต่ไม่ได้ตอบโจทย์ปรองดองให้กับส่วนรวม.







