posttoday
"ปรองดอง"สะดุด

"ปรองดอง"สะดุด

25 มีนาคม 2555

ร้อนแรงต่อเนื่องทั้งสัปดาห์ สำหรับประเด็นการเดินหน้าสร้างการปรองดองให้เกิดขึ้นในสังคม

ร้อนแรงต่อเนื่องทั้งสัปดาห์ สำหรับประเด็นการเดินหน้าสร้างการปรองดองให้เกิดขึ้นในสังคม แต่ทำไปทำมากลับยิ่งสร้างปัญหาซ้ำเติมความขัดแย้งเสียเอง โดยเฉพาะกลไกในสภาผู้แทนราษฎร ผ่านคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ซึ่งมี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ เป็นประธาน

เมื่อที่ประชุม กมธ.ปรองดองฯ มีความเห็น 23 ต่อ 9 เสียง เห็นด้วยกับการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเฉพาะคดีการกระทำความผิดตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และคดีอาญาที่มีวัตถุประสงค์ทางการเมือง เช่น การทำลายทรัพย์สินของรัฐหรือเอกชน ตามข้อเสนอของสถาบันพระปกเกล้า

นอกจากนี้ เสียงส่วนใหญ่คือ 22 ต่อ 9 เสียง ยังเห็นด้วยกับการให้เพิกถอนผลทางกฎหมายที่ดำเนินการโดยคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ทั้งหมด และไม่นำคดีที่อยู่ระหว่างกระบวนการและที่ตัดสินไปแล้วมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง

กลายเป็นที่มาของเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงถึงการใช้เสียงข้างมากใน กมธ.ปรองดองฯ เดินหน้าการโละคดี คตส.ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคดีที่ตัดสินแล้วหรือกำลังอยู่ในกระบวนการพิจารณา ตอกย้ำประเด็นที่หลายฝ่ายเคยทักท้วงว่ากระบวนการปรองดองจะเป็นการล้างผิดให้กับใครคนใดคนหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่

ท่าทีความไม่เห็นด้วยจากฝ่ายค้านสะท้อนผ่านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า การใช้วิธีการลงมติไม่ใช่วิธีการปรองดอง

ตามมาด้วยท่าทีจาก คตส.อย่างนายแก้วสรร อติโพธิ ที่ระบุว่าไม่เข้าใจข้อเสนอของสถาบันพระปกเกล้าที่ให้เพิกถอนผลทางกฎหมายที่ดำเนินการโดย คตส.ว่ามันเกี่ยวอะไรกับความปรองดอง ถ้าจะปรองดองคุณต้องไปแก้ที่คนเสื้อเหลืองกับเสื้อแดง ถ้าอยากจะนิรโทษกรรมต้องไปแก้ตรงนั้น พร้อมยืนยันว่า ในระหว่างที่ คตส.ปฏิบัติงาน ได้ทำตามกระบวนการและกฎหมายปกติทุกอย่าง

“นี่เป็นคดีคอร์รัปชัน มันไม่เกี่ยวกับนิรโทษกรรม เหมือนกับจะทำอย่างไรให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พอใจ ถามว่านี่คือการปรองดองใช่หรือไม่ ตกลงประเทศนี้ ผู้นำติดคุกไม่ได้ใช่หรือไม่ ผมว่าสถาบันพระปกเกล้าควรจะไปเปิดเป็นบริษัทที่ปรึกษาอะไรสักอย่างดีกว่า เลิกเรียกตัวเองว่าเป็นสถาบันพระปกเกล้าได้แล้ว และควรจะถวายชื่อของสถาบันคืนให้วังไป เพื่อไม่ให้เสียหายไปกว่านี้” นายแก้วสรร กล่าว

ถัดมาในงานเสวนา “รายงานวิจัยสร้างความปรองดองแห่งชาติของสถาบันพระปกเกล้า” ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ได้ตั้งคำถามไปถึง พล.อ.สนธิ 3 ข้อ คือ 1.ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังในการปฏิวัติ ใช่ตัวท่านเองหรือไม่ ไม่เช่นนั้นสาธารณะยังคงเคลือบแคลงใจว่าอำมาตย์และผู้มีบารมีนอกเหนือรัฐธรรมนูญเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง

"ปรองดอง"สะดุด

 

2.ในการปฏิวัติ พล.อ.สนธิ และคณะ ได้เข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายรายงานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่ง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นผู้นำเข้าเฝ้าฯ หรือไม่ และ พล.อ.เปรม รู้เห็นกับการปฏิวัติหรือไม่ และ พล.อ.สนธิ เคยได้แจงเรื่องดังกล่าวต่อ พล.อ.เปรม หรือไม่ และ 3.ภายหลังเกิดความขัดแย้งทางการเมือง จนเกิดความวุ่นวายในประเทศ พล.อ.เปรม ได้ขอให้ พล.อ.สนธิ ออกมาพูดความจริง โดยผ่าน พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ หรือไม่ และได้พูดความจริงตามที่ร้องขอหรือไม่

โดยที่ พล.อ.สนธิ ตอบภายหลังก่อนปิดการเสวนาว่า คำถามที่ถามในวาระแรกทำให้รู้สึกละอายใจตัวเองมาก เพราะสถาบันของผมสอนให้คนรักกันและเข้าใจกัน รวมถึงความจงรักภักดี ดังนั้นคำถามแบบนี้ไม่ควรถาม เพราะบางเรื่องตายไปก็ไม่สามารถเปิดเผยได้ หากรู้วันนี้แล้วจะมีอะไรดีขึ้น

หลังประเด็นนี้ขยายวงความขัดแย้งเพิ่มขึ้น นายวุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะหัวหน้าคณะผู้วิจัยปรองดอง ออกมาเปิดเผยว่า ทางคณะผู้วิจัยยื่นจดหมายเปิดผนึกคำแถลงจุดยืนของคณะผู้วิจัยการสร้างความปรองดองแห่งชาติต่อ พล.อ.สนธิ เพื่อให้คณะกรรมาธิการทบทวนการใช้เสียงข้างมาก เพราะเห็นว่าการใช้เสียงข้างมากไม่เป็นทางออก

ทั้งนี้ หากยังเพิกเฉยอาจจะถอนผลวิจัยกลับคืนได้ และในรายงานคณะผู้วิจัยก็มีข้อเสนอต่อคณะกรรมาธิการว่าให้ดำเนินการอย่างไร หากรีบสรุปเกินไปคิดว่ามีโอกาสที่จะเกิดความขัดแย้งขึ้นใหม่ได้

ท่ามกลางความขัดแย้งที่ยังไม่สิ้นสุด นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะเลขานุการ กมธ.ปรองดองฯ ระบุว่า ทาง กมธ.จะตัดตัวเลขเสียงข้างมากดังกล่าวออกไป โดยจะเสนอแนวทางการสร้างความปรองดองของสถาบันพระปกเกล้าทั้งหมดแทน ควบคู่ไปกับการแนบความเห็นของ กมธ.ซีกฝ่ายค้านไว้ในรายงานฉบับสมบูรณ์ของ กมธ.ที่จะเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรภายในวันที่ 15 เม.ย.นี้

ถัดมาที่เรื่องความคืบหน้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ล่าสุดในที่ประชุม กมธ.พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายสามารถ แก้วมีชัย ประธาน กมธ. ได้สั่งชะลอการพิจารณามาตรา 291/4 เกี่ยวกับคุณสมบัติและองค์ประกอบของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) และมาตรา 291/5 เกี่ยวกับระยะเวลาให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดเลือกตั้ง ส.ส.ร.ออกไปจนกว่า กกต.จะมีความเห็นออกมาอย่างเป็นทางการว่าต้องการให้รัฐสภาตรา พ.ร.บ.รองรับการเลือกตั้ง ส.ส.ร.หรือไม่

โดยในการพิจารณามาตราดังกล่าว กมธ.จากพรรคประชาธิปัตย์หลายคนเสนอให้แก้ไขระยะเวลาการจัดการเลือกตั้งให้เป็น 120 วัน แทนจากเดิม 75 วัน แต่ทาง กมธ.พรรคเพื่อไทยยืนยันภายใน 75 วัน โดยนายเทพไท เสนพงศ์ สส.นครศรีธรรมราช กมธ.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กมธ.เสียงข้างมากพยายามรวบรัดดำเนินการอย่างผิดปกติ และปิดกั้นฝ่ายค้านไม่ให้พูด ซึ่งตัวเองได้เดินออกจากห้องประชุมเพื่อประท้วง

อีกประเด็นที่ร้อนแรงไม่แพ้กัน คือ การย้ายนางพนิตา กำภู ณ อยุธยา อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ไปประจำทำเนียบรัฐบาล ซึ่งนางพนิตาออกมาระบุว่า สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีหนังสือด่วนที่สุดมาถึงตนเอง ลงวันที่ 22 มี.ค. 2555 ระบุถึงการตรวจสอบและทักท้วงการเบิกเงินค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างประเทศของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เป็นกรณีที่ สตง.เห็นว่านำเงินนอกงบประมาณไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ มิใช่กรณีประพฤติมิชอบหรือทุจริต

ทั้งนี้ นางพนิตาจะยื่นฟ้องดำเนินคดีกับนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ไม่ดำเนินการตามกฎหมายในสัปดาห์หน้า และยื่นฟ้อง ครม.ด้วย เนื่องจากมีความหละหลวมในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงระดับ 11 หลังจากที่ได้ทำหนังสือถึงนายกฯ ให้พิจารณาทบทวนยกเลิกมติ ครม.ที่โยกย้ายครั้งนี้

ตามมาด้วยการเคลื่อนไหวของนายประวัฒน์ อุตตโมต สส.พรรคเพื่อไทย น้องชายนางพนิตา ที่ออกมาท้าให้นายสันติลาออกจากตำแหน่งหากผลสอบทางวินัยชี้ว่านางพนิตาไม่ผิด แต่หากผลสอบพบว่านางพนิตาทุจริต ก็จะให้นางพนิตาลาออกจากตำแหน่ง

สุดท้ายมาที่เหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อรถบรรทุกก๊าซแอลพีจี ที่บรรจุอยู่ในถังร่วม 4,000 ลิตร เสียหลักพุ่งชนราวสะพานปากซอยถนนพัฒนาการ 20-22 ทำให้ไฟลุกท่วมสูงระดับตึก 4-5 ชั้น ขณะที่ต้องใช้เวลาเกือบ 8 ชั่วโมงในการเคลียร์สถานการณ์ เปิดการจราจรได้เป็นปกติ ซึ่งคนขับทราบชื่อว่า นายอนันต์ แก้วมะ ได้หนีหายไปก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาถึง ซึ่งเหตุการณ์นี้ไม่มีผู้เสียชีวิต มีแต่ผู้บาดเจ็บ

สำหรับความเสียหายยังอยู่ระหว่างการเกี่ยงกันว่าใครจะมีส่วนต้องรับผิดชอบบ้าง แต่เหตุการณ์นี้นำมาสู่บรรยากาศวัวหายแล้วล้อมคอกอีกครั้ง ทั้งการเข้มงวดในเรื่องของการให้ใบอนุญาต พร้อมได้ให้กรมการขนส่งทางบกศึกษาแนวทางติดตั้งระบบจีพีเอสสำหรับรถขนส่งสาธารณะ และรถที่บรรทุกสินค้าหรือวัตถุอันตรายเพื่อจะได้สามารถตรวจสอบและควบคุมจำกัดเรื่องของการใช้ความเร็วของรถ เป็นการหาทางป้องกันอุบัติเหตุในอนาคตด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท