posttoday
รถก๊าซบึ้มกรุง อลหม่าน ควานหาคนจ่าย

รถก๊าซบึ้มกรุง อลหม่าน ควานหาคนจ่าย

24 มีนาคม 2555

เกือบ 8 ชั่วโมง กว่าจะยกซากรถบรรทุกก๊าซแอลพีจีที่บรรจุอยู่ในถังร่วม 4,000 ลิตร ซึ่งเสียหลักพุ่งชนราวสะพาน

เกือบ 8 ชั่วโมง กว่าจะยกซากรถบรรทุกก๊าซแอลพีจีที่บรรจุอยู่ในถังร่วม 4,000 ลิตร ซึ่งเสียหลักพุ่งชนราวสะพาน

ปากซอยถนนพัฒนาการ 20-22 จนไฟลุกท่วมสูงระดับตึก 4-5 ชั้น ออกจากจุดเกิดเหตุ ไปเก็บไว้ที่ สน.คลองตัน เพื่อเปิดเส้นทางจราจรคืนสู่สภาพปกติได้ โดยเหตุเกิดตั้งแต่เวลา 05.30 น. ของวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา และเช่นทุกครั้ง คนขับทราบชื่อว่า อนันต์ แก้วมะ ได้หนีหายไปก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาถึง

ในระหว่างนั้นก็มีเจ้าหน้าที่จากบริษัท วิริยะประกันภัย เดินทางมาตรวจสอบในที่ดังกล่าว ซึ่งยังไม่มีการยืนยันว่าเป็นบริษัทที่รับประกันรถคันเกิดเหตุหรือไม่ และวงเงินในการทำประกันภัยครั้งนี้ครอบคลุมทุนประกันจำนวนเท่าใด

อย่างไรก็ดี อุบัติเหตุครั้งนี้แม้เบื้องต้นจะมีเฉพาะผู้บาดเจ็บ และความเสียหายของทรัพย์สินประชาชน แต่ก็ทำเอาคนกรุงอกสั่นขวัญผวาไปตามๆ กัน ซึ่งหลังจากนี้ก็ต้องมาตามกันต่อว่าใครจะต้องรับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพราะดูเหมือนว่าเจ้าของรถคันก่อเหตุ คือ บริษัท พีลาทัส แลนด์ แอนด์ ทรานสปอร์ต ยังไม่ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุที่เกิดขึ้น แต่ วัลลภ สุวรรณดี รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ยืนยันว่า บริษัทเจ้าของรถทราบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว และคงต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด

ในส่วนของคนขับรถที่หนีไป ก็เป็นหน้าที่ของตำรวจต้องตามจับและสอบสวนข้อเท็จจริงทั้งหมด เพื่อหาผู้มีส่วนที่ต้องรับผิดชอบ

รถก๊าซบึ้มกรุง อลหม่าน ควานหาคนจ่าย

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบโยงไปถึงผู้ว่าจ้างก็พบว่าที่ข้างรถคันเกิดเหตุติดเครื่องหมายการค้าของบริษัท ปิคนิค คอร์ปอเรชั่น แต่บริษัท ปิคนิคฯ ก็ออกมาชี้แจงผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทันที ว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุครั้งนี้ แถมแจงข้อมูลด้วยว่าได้สอบถามไปยังบริษัท พีลาทัสฯ แล้วว่ารับจ้างขนก๊าซให้กับบริษัท เวิลด์แก๊ส (ประเทศไทย) และลูกค้าของบริษัท เวิลด์แก๊ส

สมนึก บำรุงสาลี รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน อธิบายว่า ตามระเบียบของกรมธุรกิจพลังงาน กำหนดไว้ว่ารถขนส่งแอลพีจีทุกคันจะต้องมีใบค้าต่าง ซึ่งระบุว่าต้นทางของแอลพีจีมาจากแหล่งไหน โดยจะมีการติดแถบชื่อของบริษัทนั้นๆ ไว้ที่ข้างรถ เพื่อให้ทราบว่ารถแอลพีจีไปรับก๊าซที่ไหนมา ส่วนจะนำไปจ่ายให้กับปั๊มไหน หรือผู้ค้ารายใดก็ขึ้นอยู่กับการทำข้อตกลงซื้อขาย

เท่าที่ได้รับทราบเบื้องต้น บริษัท พีลาทัสฯ มีกำหนดที่จะไปส่งแอลพีจีให้กับบริษัท เวิลด์แก๊ส เป็นจุดหมายปลายทาง แต่บริษัท ปิคนิคฯ ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องนั้น ในหลักการหากชื่อบริษัทใดติดอยู่ที่ข้างรถขนแอลพีจี ก็แสดงว่ารถคันดังกล่าวไปรับแอลพีจีของบริษัทนั้นๆ ที่ต้นทาง

ขณะเดียวกัน เกียรติชัย มนต์เสรีนุสรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เกียรติธนาขนส่ง ก็ออกมาเรียกร้องให้เจ้าของผลิตภัณฑ์ก๊าซต้องร่วมรับผิดชอบกับบริษัทขนส่งด้วย ไม่ใช่โยนความรับผิดชอบให้กับผู้ขนส่งฝ่ายเดียว พร้อมกับเตือนบริษัทที่ว่าจ้างรถขนส่งด้วยว่า ต้องไม่กดราคาค่าขนส่งต่ำเกินจริง และต้องให้ความสำคัญกับการเลือกบริษัทขนส่งที่มีคุณภาพ ถ้าเลือกบริษัทมาตรฐานต่ำก็จะมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยตามมาอยู่เรื่อยๆ ต้องร่วมมือกันจึงจะลดอุบัติเหตุได้

ฝ่ายหน่วยงานรัฐอย่างกระทรวงคมนาคม โดย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมช.คมนาคม ก็ออกมาสั่งการให้กรมการขนส่งทางบกเร่งตรวจสอบ 2 ส่วน คือ พนักงานขับรถ มีใบอนุญาตขับขี่รถประเภทที่ 4 หรือรถบรรทุกวัตถุอันตรายถูกต้องหรือไม่ เพราะทราบชื่อคนขับแล้ว และอีกส่วนคือสภาพของรถถูกต้องตามระเบียบที่กฎหมายกำหนดแค่ไหน มีการต่อเติมเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จนเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุหรือไม่ และหลังจากนี้ไปต้องเข้มงวดในเรื่องของการให้ใบอนุญาต ต้องคัดสรรอย่างเข้มงวด

นอกจากนี้ ได้ให้กรมการขนส่งทางบกศึกษาแนวทางติดตั้งระบบจีพีเอสสำหรับรถขนส่งสาธารณะ และรถที่บรรทุกสินค้าหรือวัตถุอันตราย เพื่อจะได้สามารถตรวจสอบและควบคุมจำกัดเรื่องของการใช้ความเร็วของรถ เป็นการหาทางป้องกันอุบัติเหตุในอนาคตด้วย

ด้าน วีระพล จิรประดิษฐกุล อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมได้วางมาตรการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยการขนส่งก๊าซอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการตรวจสอบคุณภาพของถังก๊าซ และขั้นตอนการรับจ่ายก๊าซ ส่วนกรมการขนส่งทางบกจะดูแลเรื่องของรถยนต์ที่ใช้ในการบรรทุกก๊าซ

กรณีเหตุการณ์รถบรรทุกแอลพีจีพลิกคว่ำที่ถนนพัฒนาการนั้น เกิดจากความประมาทของผู้ขับ จนทำให้เกิดประกายไฟและไหม้รถบรรทุกทั้งคัน โดยก่อนหน้านี้กรมได้มีหนังสือย้ำไปถึงผู้ประกอบการธุรกิจแอลพีจีทุกแห่งแล้วให้ระมัดระวังเป็นพิเศษในเรื่องการขนส่งระหว่างทาง แต่ก็ยังคงเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงอีกจนได้

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท