
รวบแก๊งตุ๋นแรงงานไปต่างประเทศ
ปคม.จับ 2 ผู้ต้องหาโยงแก๊งหลอกลวงแรงงานไปต่างประเทศ หลอกเหยื่อกว่า 300 คน เรียกค่าหัว 3-7 หมื่นบาท
ปคม.จับ 2 ผู้ต้องหาโยงแก๊งหลอกลวงแรงงานไปต่างประเทศ หลอกเหยื่อกว่า 300 คน เรียกค่าหัว 3-7 หมื่นบาท
ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ ผบก.ปคม. พร้อมด้วย พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุวิชญ์พล อิ่มใจรัชต์ รองผบก.ปคม. และ พ.ต.อ.ณพวัฒน์ อารยางกูร ผกก.1 บก.ปคม. ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม 2 ผู้ต้องหา คือนายฐานุพงศ์ โฆษิตธิติพันธ์ อายุ 63 ปี และนางสายพิน หรือน้อย สุขประเสริฐ อายุ 56 ปี แก๊งหลอกลวงคนหางานไปทำงานต่างประเทศ หลังสืบทราบว่ามีการเปิดรับสมัครงานในโครงการท่อก๊าซไทยพม่าโดยผิดกฎหมาย
พล.ต.ต.ชวลิต กล่าวว่า เมื่อ 15 มี.ค. ที่ผ่านมา กองตรวจและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่มาร้องเรียน ว่า นายฐานุพงศ์ กับ นางสายพิน ประกาศรับสมัครงานอ้างว่าได้รับอนุญาตจากกระทรวงแรงงานให้จัดทำเรื่องราวให้ประชาชนคนสมัครงานสามารถเดินทางไปทำงานที่ประเทศพม่าในโครงการท่อก๊าซไทยพม่าด้านเมืองทวายผ่านมาทาง จ.กาญจนบุรี โดยใช้สถานที่ฝึกฝีมือ เคเอสพี เขตสายไหม กทม.
“ทั้ง 2 คนได้หลอกลวงแรงงานว่าจะมีรายได้เดือนละ 7.2 หมื่นบาท ถึง 1.2 แสนบาท ตามตำแหน่งงาน ทำให้มีประชาชนหลงเชื่อจ่ายเงิน โดยจะมีการเก็บเงินล่วงหน้าก่อน 3-7 หมื่นบาท แต่พอถึงวันนัด 4 มี.ค. ผู้ต้องหาได้เจรจาขอเลื่อนเป็นวันที่ 7 มี.ค. อ้างว่ารถบัสโดยสารไม่พร้อมเดินทาง แต่พอถึงวันที่ 7 มี.ค.ก็ได้ขอเลื่อนอีก เป็น 21 มี.ค. จึงทำให้ผู้ที่มาสมัครงานไม่พอใจและพบพิรุธ จึงรวมตัวกันไปร้องเรียนต่อกองตรวจ กระทรวงแรงงาน” ผบก.ปคม. กล่าว
พล.ต.ต.ชวลิต กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนพบว่าการใช้สถานที่ฝึกงาน และโครงการวางท่อก๊าซไทย-พม่า มีอยู่จริง แต่โครงการนี้รัฐบาลได้มอบหมายให้ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด
“ผู้เสียหายบางรายลาออกจากบริษัทเดิม โดยจ่ายไป 7 หมื่นบาท เกือบ 10 คน ซึ่งถูกหลอกว่าถ้าไปทำงานที่พม่าจะได้รับเงินเดือน 1 แสนบาท และยังมีผู้เสียหายอีก 339 คนที่จะเดินทางมาร้องทุกข์กับ บก.ปคม.ในสัปดาห์หน้า อยากฝากเตือนผู้หางานไว้ว่าบริษัทหลอกลวงประเภทนี้จะตั้งอยู่ย่าน ออเงิน รามอินทรา สายไหม ทุ่งสองห้อง ให้ระวังอย่าหลงเชื่อ หากพบพฤติการณ์ของบุคคลที่หลอกลวงประชาชนในลักษณะนี้ ให้แจ้งสายด่วน 1191 เพื่อทาง บก.ปคม.จะได้รีบดำเนินการ” พล.ต.ต.ชวลิต กล่าว
ในขณะที่ พ.ต.ท.ชูศักดิ์ อภัยภักดิ์ พนักงานสอบสวน (สบ.3) บก.ปคม. ผู้ต้องหาทั้ง 2 รายนี้ อ้างว่าได้รับอนุญาตให้พาคนงานไปทำงานในโครงการวางท่อก๊าซไทย-พม่า ทั้งๆที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยมีการพาไปศูนย์ฝึกฝีมือ เคเอสพี ทำให้สร้างความน่าเชื่อถือจนมีผู้หลงเชื่อจำนวนมาก
“บริษัทจดทะเบียนและศูนย์ฝึกอาชีพน่าจะมีความเกี่ยวข้องกัน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนสอบสวนไปแล้ว 10 กว่าคน ผู้เสียหายที่เหลือน่าจะเข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษในสัปดาห์หน้า ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 2 รับว่าได้เก็บค่าสมัคร 3-7 หมื่นบาท โดยหักค่าหัวได้คนละ 2,00-2,500 บาท แต่ทางกองตรวจของ กระทรวงแรงงานยืนยันว่าบาทเดียวก็รับไม่ได้ นอกจากนี้ นายฐานุพงศ์ ยังเป็นพนักงานบริษัทจัดหางานที่ถูกกฎหมายบริษัทหนึ่ง แอบมากระทำความผิดโดยที่ทางบริษัทไม่รู้อีกด้วย” พ.ต.ท.ชูศักดิ์ กล่าว
ด้าน นายวรเดช อันเตวาสิก อายุ 45 ปี พนักงานบริษัทเคเคที บริษัทย่อยของบริษัท ไทยออยล์ หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ได้รับการติดต่อการผู้ต้องหาทั้งสองมาตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค. และได้ติดต่อกันมาตลอด ให้ไปสมัครงานที่ อ.ศรีราชา พร้อมพวกอีก 4 คน
“ผมเคยถาม นางสายพิน ว่าการไปทำงานนี้ไปถูกตามกฎหมายหรือไม่ ก็ไม่ตอบทำทีว่ารับโทรศัพท์ โดยทั้ง 2 คนนี้อ้างเอกสารของ บริษัท เมียนมาร์ ออฟ ชอร์ ประเทศพม่า ทุกคนที่มา 339 คนนี้เสียเงินไปคนละ 5-6 หมื่นบาท โดยนายฐานุพงศ์ เป็นคนประสานงานกับชาวต่างประเทศ และสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ ผมคิดว่าคนพวกนี้เป็นเหลือบไรยิ่งกว่าเดนมนุษย์ ต้องชื่นชมว่าตำรวจสามารถตามจับคนกลุ่มนี้ได้ในเวลาเพียง 8 วัน” นายวรเดช กล่าว
นอกจากนี้ นายวรเดช ยังกล่าวอีกว่า รูปแบบการหลอกลวงของแก๊งตุ๋นคนงานไปทำงานต่างประเทศกลุ่มนี้ ยังยึดพาสปอร์ตของผู้ที่ไปสมัครงานไว้ โดยจะคืนพาสปอร์ตให้เมื่อจ่ายเงิน 5-7 หมื่น รวมถึงเร่งให้สมัครอ้างว่าใกล้หมดเขตวันรับสมัคร
ซึ่ง บก.ปคม. ได้แจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง และร่วมกันหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางานหรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศไทย อัตราจำคุกตั้งแต่ 3ปีถึง10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 6 หมื่นบาทถึง 2 แสนบาท







