
ธิดายันส.ส.ร.ต้องมาจากเลือกตั้ง100คน
"ธิดา"แจงกมธ.แก้รัฐธรรมนูญย้ำส.ส.ร.ต้องมาจากการเลือกตั้ง 100 คน ตัดระบบสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิ เหตุไม่เชื่อมโยงประชาชน
"ธิดา"แจงกมธ.แก้รัฐธรรมนูญย้ำส.ส.ร.ต้องมาจากการเลือกตั้ง 100 คน ตัดระบบสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิ เหตุไม่เชื่อมโยงประชาชน
การประชุมคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ที่มี นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน ในช่วงบ่ายตั้งแต่เวลา 13.30น. เป็นการเปิดรับฟังความเห็นของผู้เสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับภาคประชาชน ประกอบด้วย นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในฐานะผู้ร่วมเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของนปช. และนายโคทม อารียา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะตัวแทนสถาบันวิชาการที่จัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาชี้แจงและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
นางธิดา กล่าวว่า นปช.ต้องการให้รัฐธรรมนูญออกมาดีที่สุด โดยที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ต้องมาจากการเลือกตั้งส.ส.ร. 100 % จำนวน 100 คน เพราะถ้ามีจำนวน ส.ส.ร.มากเกินไปก็จะทำหน้าที่ไม่ทั่วถึงได้ แต่ถ้าน้อยเกินไปจะมองได้อีกว่าเป็นการจัดตั้งส.ส.ร.ขึ้นเอง ทั้งนี้ ไม่เห็นด้วยกับการเสนอให้ส.ส.ร.ผ่านการคัดเลือกจากผู้ทรงคุณวุฒิ เพราะไม่มีความยึดโยงกับประชาชน แต่ถ้าจะมาเป็นส.ส.ร.จริงก็ต้องลงมาสมัครรับเลือกตั้ง
"คุณสมบัติของส.ส.ร. ควรเปิดกว้างด้วย ต้องไม่จำกัดอายุ หรือวุฒิการศึกษามากเกินไปเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด ดังนั้น ร่างรัฐธรรมนูญจะต้องลดข้อจำกัดให้น้อยลง อาทิ คุณสมบัติส.ส.ร.ต้องมีอายุ 25 ปีขึ้นไป และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านอยู่ในจังหวัดมาเป็นเวลา 1 ปี เพราะรัฐธรรมนูญควรคำนึงถึงสิทธิ์ประชาชน ไม่ใช้ยึดเรื่องพื้นที่มาเป็นหลัก ซึ่งถ้าจะคิดแบบนี้ท่ากับเป็นพวกอนุรักษ์นิยมมากกว่า ไม่ใช่ประชาธิปไตย"นางธิดา กล่าว
ด้าน นายโคทม กล่าวว่า หลังจากได้ทำเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนถึง 7 เวทีได้มีความเห็นร่วมกันว่าควรให้มีส.ส.ร.จำนวน 175-200 คน โดยให้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง หรือ ส.ส.ร. 1 คนแทนจำนวนประชากร 3.2 แสนคน เพื่อหลีกหนีคำครหาใช้ฐานเสียงของพรรคการเมืองและป้องกันการบล็อกโหวตจึงเสนอให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเลือกส.ส.ร.ได้คนเดียว นอกจากนี้ ระยะเวลาจัดทำรัฐธรรมนูญต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 365 วัน
"ที่สำคัญการยกร่างรัฐธรรมนูญของในคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญต้องแต่งตั้งโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 30 คน ประกอบด้วย ส.ส.ร.15 คน จาก ผู้เชี่ยวชาญภายนอกสาขานิติศาสตร์ 5 คน สาขารัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ 5 คน ผู้มีประสบการณ์ด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน หรือการร่างรัฐธรรมนูญ 5 คน และการแต่งตั้งภูมิภาคต่างๆอย่างเป็นธรรม และจะต้องมีสตรีไม่น้อยกว่า 10 คน ทั้งนี้ต้องกำหนดให้จัดทำประชามติโดยทำประชาพิจารณ์ 90 วัน โดยไม่ควรใช้เงื่อนเวลามาบีบรัดไว้" นายโคทม กล่าว
ต่อมาเวลา 16.20 น.นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานกมธ.ได้สั่งปิดประชุมพร้อมกับสั่งชะลอการพิจารณามาตรา 291/5 เกี่ยวกับ5 เกี่ยวกับการกำหนดระยะเวลาให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดการเลือกตั้งส.ส.ร. ซึ่งในร่างแก้ไขของคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดให้กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งส.ส.ร.ให้แล้วเสร็จภายใน 75 วันนับตั้งแต่วันที่พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) มีผลบังคับใช้ และการกำหนดเวลาให้ตราพ.ร.ฎ.วันสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ร.ภายใน 15 วัน หลังจากกมธ.ฝ่ายค้านอภิปรายแสดงความไม่เห็นด้วยกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี และขอให้รอผลการพิจารณาของกกต.ก่อนว่ามีมติที่ต้องการให้รัฐสภาตราพ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ร.หรือไม่ก่อนถึงจะนำประเด็นนี้มาพิจารณาอีกครั้ง







