
หัดอายมั่งดิ
...สันทัต กรณี
ท่านผู้ทรงเกียรติแห่งสภาผู้แทนราษฎรสร้างความอับอายขายขี้หน้าต่อการเมืองไทยอีกแล้ว
การประชุมสภาเมื่อวานนี้ ล้มไม่เป็นท่าอีกครั้ง ด้วยสาเหตุเก่าๆ เน่าๆ เดิมๆ องค์ประชุมไม่ครบ
ในฐานะคนไทย ผมอายประชาชนในประเทศประชาธิปไตยอื่นๆ จังเลย (โว้ย!)
เหตุเกิดจาก สส.พรรคเพื่อไทย อันเป็นฝ่ายค้าน เสนอญัตติด่วนให้พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อหามาตรการป้องกันการรัฐประหาร
ฝ่ายค้านเสนอปุ๊บ ฝ่าย สส.รัฐบาลก็แสดงความคัดค้านปั๊บ ฝ่ายค้านเห็นท่าไม่ได้คุยเรื่องนี้แน่ก็วอล์กเอาต์ เตะลูกไปให้ คุณสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาจากพรรคเพื่อไทย ที่กำลังทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ทำการนับองค์ประชุม ซึ่งก็ตามคาด สส.เหลือไม่ถึงครึ่ง สั่งปิดสภาทันที
น่าขำนะครับ ญัตตินี้ทำสภาล่มมาแล้ว 3 ครั้ง...
ครับ...อาสาประชาชนเข้ามาทำหน้าที่ผู้แทนปวงชนหาหอกดาบพระแสงอันใดมิทราบ
เก่งแต่สมคบคิดกันขึ้นเงินเดือน ขึ้นค่าเบี้ยประชุม เรียกร้องผลประโยชน์นี่นั่น...บาปนะครับพี่น้อง
ไฟจะไหม้บ้านอยู่รอมร่อยังไม่สำนึก...เซ็งเฟ้ย
อ่านจดหมายดีกว่า...เนอะ
เรียน คุณสันทัด กรณี
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า
“ปัญหาการเมือง” เป็นต้นเหตุของปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาสังคมของประเทศไทยความสามัคคีและการสมานฉันท์คือเป้าหมายที่ไม่มีวันจะเดินถึง
ผมขอเปิดประเด็นว่า
“ทำไมการชุมนุมถึงได้ยาวนานนัก” ถ้ามีการศึกษาให้ดีก็จะพบว่าเป็นเพราะมีท่อน้ำเลี้ยงดี มีการสนับสนุนเสบียงการเงินอย่างต่อเนื่อง เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดกลุ่มอาชีพพิเศษเฉพาะกิจซึ่งมีรายได้วันละ 300, 500, 1,000, 2,000 บาท หรือเป็นเงินก้อนโต แล้วแต่ว่าแต่ละคนอยู่แนวไหนของกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งนับว่าเป็นอาชีพที่มั่นคงพอสมควร เมื่อเทียบกับค่าแรงงานขั้นต่ำรายวัน ชนกลุ่มนี้ย่อมต้องการให้การชุมนุมต่อเนื่องยิ่งนานยิ่งดี นอกจากรายได้งามแล้ว ยังมีบันเทิงเสริม ได้เพื่อนกลุ่มใหม่ บางคู่อาจจะได้พบรักก็มีจริงอยู่อาจจะมีผู้อ้างว่ามาชุมนุมเพราะอุดมการณ์ทางการเมือง เมื่อสอบประวัติแล้วปรากฏว่าส่วนใหญ่คือกลุ่มที่ไม่เคยได้รับผลประโยชน์ และกลุ่มที่เสียผลประโยชน์ กลุ่มที่ไม่มีผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องโดยตรง ก็มักจะเป็นกลุ่มพลังเงียบคอยสนับสนุนโครงการที่ดี และทักท้วงโครงการไม่ดี ชนกลุ่มนี้คือผู้ที่รู้จักบริโภคข่าวสาร โดยการรวบรวมข้อมูล แยกแยะ แลกเปลี่ยน และวิเคราะห์ ซึ่งนับว่าเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ เป็นที่น่าเสียดายว่ามีจำนวนไม่มากพอที่จะขับเคลื่อนสังคมไทยให้พัฒนามากกว่านี้ ไม่รู้ว่าจะต้องรอไปอีกกี่ทศวรรษ?
ถ้าท่อน้ำเลี้ยงที่ไหลออกน้อยกว่ารายได้ที่ไหลเข้า ความวุ่นวายของบ้านเมืองก็จะไม่มีวันสิ้นสุด นอกเสียว่าเจ้าของท่อน้ำเลี้ยงจะเปลี่ยนทัศนคติหรือสิ้นอายุขัยไปเสียก่อน ความสมานฉันท์อาจจะกลับมานับหนึ่งใหม่ได้ สาธุ...
ลงชื่อ...ส. สันติ
เฮ้อ! สส.บ้านเรางานน้อย เงินหนัก ราษฎรต้องควักจ่ายเดือนละแสนกว่า ไม่นับเบี้ยเลี้ยง สวัสดิการ
รายได้ดีกว่าม็อบตั้งเยอะ...ใช่ป่ะ
ทำมั้ย ทำไม รับค่าจ้างแล้วไม่ยอมมาประชุม (ฟะ)







