
ปูยันซื้อแท็บเล็ตไม่เข้าม.190
“ยิ่งลักษณ์” ยันจัดซื้อแท็บเล็ตไม่เข้าข่ายต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภาตามมาตรา 190
“ยิ่งลักษณ์” ยันจัดซื้อแท็บเล็ตไม่เข้าข่ายต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภาตามมาตรา 190
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเห็นชอบให้เปลี่ยนรูปแบบการซื้อคอมพิวเตอร์แบบพกพา หรือแท็บเล็ต จากรัฐบาลจีน จากรัฐต่อรัฐเป็นการทำบันทึกข้อตกลงหรือเอ็มโอยู ไม่ต้องนำร่างสัญญาขออนุมัติจากรัฐสภาตามมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ ตามที่ นายคำนูณ สิทธิสมาน สว.สรรหา เสนอความเห็น
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โครงการจัดซื้อแท็บเล็ตจากประเทศจีน ไม่เกี่ยวกับเรื่องดินแดนหรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จึงไม่เกี่ยวข้องกับมาตรา 190 ตามรัฐธรรมนูญ
“เรื่องนี้เป็นข้อตกลงระหว่างรัฐบาล กับรัฐบาล รัฐบาลจีนก็ได้มอบหมายให้ 4 บริษัท ที่รัฐบาลจีนเลือกมาอยู่แล้ว รัฐบาลไทยก็มาดูว่า 4 บริษัทนั้นบริษัทไหนเสนอถูกที่สุด และรัฐบาลจีนก็ให้ติดต่อซื้อขายตรงได้กับบริษัทที่เขาคัดเลือกมาแล้วเท่านั้น ดังนั้นไม่ได้ผิดเงื่อนไขอะไร” นายวรวัจน์ กล่าว
ด้าน น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เตรียมจัดทำแผนธุรกิจรูปแบบใหม่ เนื่องจากในปีการศึกษาหน้าจะมีการแจกแท็บเล็ตให้กับนักเรียนชั้น ป.1 จึงอาจส่งให้ยอดพิมพ์หนังสือเรียนลดน้อยลง
ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้องค์การค้า สกสค. หาแนวทางผลิตสื่อมัลติมีเดียเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับสถานการณ์ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ในปีการศึกษาหน้าราคาหนังสือเรียน จะยังไม่มีการปรับเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับสินค้าอื่นๆ เนื่องจากขณะนี้ทางโรงเรียนสามารถสั่งซื้อหนังสือเรียนได้แล้ว
นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้องค์การค้าฯ ไปวิเคราะห์ร้านศึกษาภัณฑ์ทั่วประเทศว่า ขณะนี้ได้ประสบกับปัญหาใดบ้าง และร้านใดขาดทุนก็อาจจะต้องพิจารณายกเลิกหรือยุบร้านไป
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า ฝ่ายค้านจะตรวจสอบว่ารัฐบาลทำเอ็มโอยูจัดซื้อแท็บเล็ตระหว่างใครกับใคร เป็นเอ็มโอยูระหว่างรัฐบาลไทยกับบริษัทเอกชนหรือไม่







