posttoday
เวทีปรองดองเดือด! เตือนรวบรัด หักล้าง ขัดแย้งอีกรอบ

เวทีปรองดองเดือด! เตือนรวบรัด หักล้าง ขัดแย้งอีกรอบ

22 มีนาคม 2555

คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร ได้จัดเสวนา

โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์

คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร ได้จัดเสวนา “รายงานวิจัยสร้างความปรองดองแห่งชาติของสถาบันพระปกเกล้า” ที่ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น โดยมี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธาน กมธ.ปรองดอง เป็นประธานการเสวนา เพื่อชี้แจงผลสรุปรายงานการปรองดองของ กมธ.และสถาบันพระปกเกล้า โดยมีตัวแทนจากคณะทูตประเทศต่างๆ นักวิชาการ ฝ่ายการเมือง เช่น อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งยกเลิกการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงาของพรรค นำคณะมาชำแหละผลสรุปร้อนชิ้นนี้ ยังมี พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ อดีตที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ที่เดินเกมปรองดองพร้อมด้วยแกนนำพรรคมาร่วมรับฟัง โดยมีการถ่ายทอดสดทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ประเด็นที่ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ คือ ผลสรุปของ กมธ. ที่ฝ่ายค้านมองว่า พรรคเพื่อไทยใช้เสียงข้างมากบังคับให้เกิดการปรองดองตามวิธีที่ตัวเองต้องการ ซึ่งสถาบันพระปกเกล้าได้เสนอหลายแนวทาง แต่ กมธ.พรรคเพื่อไทยได้ให้ใช้เสียงข้างมากลงมติเลือกแนวทางลบล้างความผิดทั้งหมด โดยให้มีออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในคดีกระทำความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คดีอาญาที่มีวัตถุประสงค์ทางการเมือง และเห็นด้วยกับการให้เพิกถอนผลทางกฎหมาย ที่ดำเนินการโดยคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ทั้งหมด

เมื่อเริ่ม คณะผู้วิจัย “การสร้างความปรองดอง” ของสถาบันพระปกเกล้า นำเสนอผลวิจัย ปัญหาความขัดแย้ง บทเรียนจากต่างประเทศ ทางออกจากวิกฤตสำหรับประเทศโดยสรุป ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า ระบุว่า สิ่งแรกที่ต้องทำคือ สร้างบรรยากาศปรองดองก่อนเรื่องอื่น แต่หากรวบรัดทำเรื่องอื่นก่อนนั้น อาจกลายเป็นชนวนขัดแย้งได้ รัฐบาลต้องยุติสิ่งที่ยั่วยุนำไปสู่ความรุนแรง รวมถึง กมธ.ปรองดอง จะต้องทำให้เกิดเวทีเสวนาหาทางออกร่วมกันต่อข้อเสนอแนวทางปรองดอง ไม่ใช่เพียงแค่ทำแบบสอบถาม แล้วให้ กมธ.เลือกเท่านั้น หากทำแค่นั้นจะไม่ทำให้เกิดความปรองดองได้ ทั้งนี้ยอมรับว่าการแสวงหาทางออกร่วมกันอาจไม่ง่ายที่จะเกิดฉันทามติ แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้น คือ ข้อตกลงร่วมกันที่จะนำไปสู่การสร้างประเทศร่วมกัน

เวทีปรองดองเดือด! เตือนรวบรัด หักล้าง ขัดแย้งอีกรอบ

 

วุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า คณะผู้วิจัยยอมรับความเห็นต่าง แต่รับไม่ได้กับถ้อยคำที่เป็นวจีทุจริตที่มีการโจมตีคณะวิจัย ผลการวิจัยที่ออกมา สถาบันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่เป็นความรับผิดชอบของคณะผู้วิจัยเท่านั้น สำหรับผลวิจัยไม่ใช่ข้อสรุป แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความพยายามหาแนวทางที่ทำให้เกิดความเห็นร่วม ซึ่งหาก กมธ.รีบสรุปความเห็นโดยไม่ดูรายละเอียด อาจเจอกับปัญหา ที่สำคัญคือการไม่ยอมรับ ดังนั้นควรนำเสนอประเด็นต่อสังคม แต่หลักการคือ เราต้องให้อภัยและดูเรื่องความรู้สึกที่ไม่เป็นธรรม สิ่งสำคัญต้องไม่ใช้เสียงข้างมากมาสร้างความปรองดอง

อภิสิทธิ์ ได้ท้วงติงผลสรุปของคณะวิจัยหลายประเด็น เช่น ไม่ได้กล่าวถึงต้นเหตุวิกฤตหลายเรื่อง ไม่ว่าการตัดสินคดีซุกหุ้นที่คณะกรรมการอิสระตรวจสอบ และค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ระบุว่า ต้นตอของวิกฤตปัญหาการฆ่าตัดตอน 2,500 ศพ ไม่ได้อธิบายถึงปมเหตุผลการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไม่ได้รายงานการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงในการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาล และบางครั้งมีการใช้ความรุนแรง อาทิ ล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่พัทยา

สำหรับกระบวนการยุติธรรมและคดีสำคัญก็ไม่มีการอธิบายการพิจารณาคดีของศาลว่าเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมปกติ แม้สภาพบ้านเมืองขณะนั้นจะมีความขัดแย้งแต่การด้านการตัดสินในทุกคดีมีกฎหมายรองรับทั้งสิ้น อาทิ คดียุบพรรค คดีที่ดินรัชดาฯ คดียึดทรัพย์ ซึ่งการทำงานของ คตส.ก็เป็นไปตามกฎหมาย และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ไม่ได้ใช้กฎหมายพิเศษ ซึ่งการอธิบายข้อเท็จจริงเหล่านี้ จะเป็นธรรมต่อกระบวนการยุติธรรม และจะทำให้หาทางออกเกี่ยวกับปัญหาได้

ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า ในเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2553 ก็ไม่มีการกล่าวถึงการก่อวินาศกรรม การวางระเบิดตามที่ต่างๆ หลังคำพิพากษายึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รวมถึงเหตุการณ์บุกรัฐสภา ส่วนเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2553 ก็ไม่มีการกล่าวถึงกลุ่มชายชุดดำติดอาวุธซึ่งแฝงตัวร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุม รวมทั้งไม่มีการระบุถึงการเสนอแผนปรองดองที่ให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ย. 2553 ที่ถูกปฏิเสธจากฝ่ายแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม ส่วนเหตุการณ์วันที่ 19 พ.ค. 2553 ยังมีความคลาดเคลื่อนโดยอ้างว่าวันเดียวมีผู้เสียชีวิตถึง 91 คน ซึ่งความจริงเป็นตัวเลขผู้สูญเสียทุกฝ่ายร่วมกันในเวลา 2 เดือน

“ข้อเสนอให้มีการล้ม คตส. ผมทราบว่ามีการสัมภาษณ์ผู้ที่มีส่วนได้เสีย ซึ่งคนหนึ่งเสนอให้ล้ม แต่อีก 10 คนบอกให้ คตส.เดินต่อไป แต่ทำไมผู้วิจัยถึงเอาความเห็นให้ล้ม คตส.มาเป็นหลัก อย่างนี้ไม่ถูกต้อง”

อภิสิทธิ์เสนอให้สถาบันพระปกเกล้านำงานวิจัยไปปรับปรุง ทำข้อเท็จจริงให้ครบ แต่ถ้าไม่ทบทวนและปรากฏว่า กมธ.ปรองดองสรุปเลือกแนวทางนิรโทษกรรมและล้มคดี คตส. โดยอ้างเสียงข้างมาก หรือส่งให้รัฐบาลดำเนินการ อยากถามสถาบันพระปกเกล้าว่า อย่างนี้จะเป็นการปรองดองหรือไม่

วุฒิสาร กล่าวยอมรับว่า ได้ปรับแก้ข้อเท็จจริงไปบ้างหลังจากผู้นำฝ่ายค้านได้เสนอความเห็นมาก่อนหน้านี้ แต่ผู้วิจัยสังเคราะห์มาจากตรรกะและเหตุผลซึ่งก็คงไม่สามารถปรับได้ แต่ขณะนี้สังคมบางส่วนกำลังหยิบบางประเด็นในข้อเสนอเพื่อไปสนับสนุนฝ่ายตัวเอง

“ผมได้โทร.หาท่านเลขาฯ กมธ. (ชวลิต วิชยสุทธิ์ สส.เพื่อไทย) ว่าค่อยๆ ทำ อย่ารีบ เรายังมีเวลาหาข้อยุติ กระบวนการหักล้างจะไม่สามารถสร้างความปรองดองได้”

ขณะที่ กมธ.จากฝ่ายเพื่อไทย พีระพันธุ์ พาลุสุข ได้กล่าวสนับสนุนผลสรุปของคณะวิจัย และเห็นว่าสถาบันพระปกเกล้าทำดีแล้ว และควรช่วยสื่อสารกับสังคมให้มากกว่านี้เพื่อสร้างความปรองดองและแล้วคนที่ไม่อยากให้ปรองดองก็คือ ฝ่ายการเมืองด้วยกัน

นอกจากนี้ พล.ต.สนั่น ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ได้ตั้งคำถามถึง พล.อ.สนธิ หนทางที่จะสร้างความปรองดองได้ พล.อ.สนธิต้องพูดความจริงที่สังคมสงสัย 1.ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังในการปฏิวัติ ใช่ตัวท่านเองหรือไม่ ไม่เช่นนั้นสาธารณะยังคงเคลือบแคลงใจ ว่าอำมาตย์และผู้มีบารมีนอกเหนือรัฐธรรมนูญเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง 2.ในการปฏิวัติ พล.อ.สนธิและคณะ ได้เข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายราย งานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่ง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นผู้นำเข้าเฝ้าฯ หรือไม่ และ พล.อ.เปรมรู้เห็นกับการปฏิวัติหรือไม่ และ พล.อ.สนธิเคยได้แจงเรื่องดังกล่าวต่อ พล.อ.เปรมหรือไม่ และ 3.ภายหลังเกิดความขัดแย้งทางการเมือง จนเกิดความวุ่นวายในประเทศ พล.อ.เปรม ได้ขอให้ พล.อ.สนธิออกมาพูดความจริง โดยผ่าน พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ หรือไม่ และได้พูดความจริงตามที่ร้องขอหรือไม่

อย่างไรก็ตาม เมื่อ พล.ต.สนั่น ถามจบ ก็ไม่ได้อยู่รอฟังคำตอบ และเดินทางกลับทันที ทั้งนี้ พล.อ.สนธิ ได้ตอบภายหลังก่อนปิดการเสวนา ว่าคำถามที่ถามในวาระแรก ทำให้รู้สึกละอายใจตัวเองมาก เพราะสถาบันของผมสอนให้คนรักกันและเข้าใจกัน รวมถึงความจงรักภักดี ดังนั้นคำถามแบบนี้ไม่ควรถาม เพราะบางเรื่องตายไปก็ไม่สามารถเปิดเผยได้ หากรู้วันนี้แล้วจะมีอะไรดีขึ้น

ทั้งนี้ กมธ.ฝ่ายเพื่อไทยยืนยันในช่วงท้ายว่า จะนำผลสรุปที่ได้ลงมติแนวทางการปรองดองไปแล้ว เสนอต่อสภาก่อนปิดสมัยประชุมนี้เหมือนเดิม

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท