
ฉะผู้ว่าฯมั่วตัวเลขหมอกควันพิษภาคเหนือ
รมว.ทส.สับแหลกผู้ว่าฯไม่เคยลงพื้นที่แก้ ทำปัญหาเรื้อรัง ขณะที่ผวจ.9จังหวัดเหนือรายงานหมอกควันยังวิกฤต
รมว.ทส.สับแหลกผู้ว่าฯไม่เคยลงพื้นที่แก้ ทำปัญหาเรื้อรัง ขณะที่ผวจ.9จังหวัดเหนือรายงานหมอกควันยังวิกฤต
เมื่อวันที่ 21 มี.ค. นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์กับผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.) 9 จังหวัด เพื่อพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า
มล.ปนัดดา ดิศกุล ผวจ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ ดีขึ้นตามลำดับ ตั้งแต่ปิดงานพืชสวนโลก วันที่14มี.ค. ความจริงวันนั้นลดลงหลายเท่าตัว โดยขณะนี้สถานีวัด ที่ศาลากลางเกินมาตรฐานที่ 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่เล็กน้อยที่134 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนสถานีวัดที่หน้าโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย อยู่ที่ 112.54 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งปัญหาทั้งหมดน่าจะคลี่คลายและลดลงสู่ระดับปกติในช่วงสุดสัปดาห์นี้ และทันกับเทศกาลสงกรานต์แน่นอน ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า พื้นที่ที่เคยเผาไหม้5ปีย้อนหลังไม่เคยเกิด แต่ล้วนเป็นที่ใหม่ที่เพิ่งเริ่มเผาเป็นครั้งแรก ซึ่งก็ได้ขยายผลให้มหาวิทยาลัยในพื้นที่ไปทำวิจัย และทำความเข้าใจกับประชาชนแล้ว ขณะนี้ ทั้งองค์การบริหาส่วนจังหวัด และเทศบาลนครเชียงใหม่ สำคัญในการท่องเที่ยว ซึ่งจะสามารถแก้ปัญหาได้ทันการจัดเทศกาลสงกรานต์อย่างแน่นอน
ขณะที่นายสุรชัย ลิ้นทอง รองผวจ. เชียงราย กล่าวว่าขณะนี้ปริมาณฝุ่นละอองในอ.เมือง และอ.โดยรอบลดลงไปมากแล้ว เหลือเพียงที่อ.แม่สาย ที่ยังคงมีค่าของหมอกควันพิษสูงอยู่ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากไฟป่า และการเผาพื้นที่เกษตร ในประเทศเพื่อนบ้าน จึงได้ให้นายอำเภอแต่ละพื้นที่บูรณาการรับผิดชอบกับหน่วยงานทั้งทรัพยากรจังหวัดฯ หรือเกษตรจังหวัดฯ เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน พร้อมทั้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพ่นน้ำบนถนน เป็นประจำวันละ2ครั้ง เพื่อสร้างความชุ่มชื้น รวมถึงทำแนวกันไฟ ชี้แจงประชาชนไม่ให้เผา ซึ่งขณะนี้จังหวัดเชียงรายยังคงมีอากาศหนาวและแห้งอยู่ จึงต้องรอให้เริ่มมีลม และฝนเข้ามา เพื่อพัดฝุ่นละอองขนาดเล็กคลี่คลายลงไป
นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า จากรายงานล่าสุดพบว่า ทั้ง 9 จังหวัด ยังคงมีปริมาณฝุ่นละอองที่สูงอยู่ โดยเฉพาะจังหวัดที่ติดกับประเทศเพื่อบ้าน แม้ขณะนี้ อากาศจะเข้าใกล้หน้าฝน แต่ก็ยังมีความแปรปรวนอยู่ และยังอยู่ในช่วงเก็บเกี่ยว จึงอยากให้ผวจ.ดำเนินการตรวจสอบ จับกุมเคร่งครัดต่อไปและจะขอความร่วมมือไปยังกระทรวงการต่างประเทศ และประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน และชายแดน ให้ช่วยอีกทางหนึ่งด้ว
โดยหลังจากที่ตัวแทนจังหวัดทั้ง 9 จังหวัดกล่าวรายงาน นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวตำหนิตัวแทนจังหวัดว่า ข้อมูลทั้งหมดที่นำเสนอล้วนเป็นข้อมูลที่นั่งเทียนขึ้น และไม่ได้ลงไปสัมผัสกับชาวบ้านอย่างแท้จริง ทั้งนี้ได้ขึ้นไปสำรวจพื้นที่ร่วมกับคณะทำงานของกระทรวงมหาดไทยตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ก็พูดแบบนี้ ว่าจะมีการบูรณาการส่วนราชการส่วน ทั้งกรมป่าไม้ กรมทางหลวง หรือหน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ เพื่อเข้ามาร่วมแก้ไข หากไม่ทำก็สามารถคาดโทษส่วนราชการต่าง ๆ ได้ แต่ทำไมวันนี้ยังมีปัญหาอย่างรุนแรงอยู่
"อยากถามว่า ผวจ.ได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของส่วนราชการแต่ละส่วนในจังหวัดหรือไม่ ขณะเดียวกันบางจังหวัด ก็ไม่เห็นความสำคัญ ส่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด หรือส่งหัวหน้าสำนักงานจังหวัดมาเป็นผู้นำเสนอ หรืออย่างบางจังหวัดผวจ.ก็ไม่กล้าสั่งรองผวจ. เพราะรองผวจ.มีอายุงานมากกว่า แต่ผิดหวังจากการได้เป็นผวจ.ก็มี ซึ่งรมว.มหาดไทย กระซิบมาว่าผิดหวังมาก"นายวิบูลย์กล่าว
ขณะที่นายยงยุทธกล่าวว่า เห็นด้วยกับนายปรีชา ที่บอกว่าการแก้ปัญหาหมอกควัน ไม่ใช่เรื่องเหนือบ่ากว่าแรง แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้กำชับมาหลายครั้งแล้วว่า ไม่ยอมและทนไม่ได้กับการที่ผวจ.ไม่เอาจริงเอาจัง หรือเสียสละทุ่มเทเต็มที่ ทั้งที่มีอำนาจตามกฎหมาย และมีเครื่องไม้เครื่องมือพร้อม แต่เหตุการณ์ก็เกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งหากยังแก้ปัญหาไม่สำเร็จ ก็ต้องตอบให้ได้ว่าเพราะอะไร







