
กรมชลฯแจงป่าสักร้าว แค่ผิวถนนบนสันเขื่อน
อธิบดีกรมชลฯ ยัน ผิวถนนสันเขื่อนป่าสักร้าว ไม่กระทบความมั่นคงของโครงสร้าง
อธิบดีกรมชลฯ ยัน ผิวถนนสันเขื่อนป่าสักร้าว ไม่กระทบความมั่นคงของโครงสร้าง
นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า รอยร้าวที่เกิดขึ้นบนเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์นั้น เป็นเพียงรอยร้าวของผิวจราจรบนสันเขื่อน เกิดจากการหดตัวไม่เท่ากันของผิวถนนที่เป็นยางมะตอยกับตัวเขื่อนซึ่งเป็นดิน ไม่ใช่รอยร้าวโครงสร้างตัวเขื่อน ไม่มีผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของตัวเขื่อนแต่อย่างใด ขอให้ประชาชนอย่างตื่นตระหนก
“ไม่ได้เกิดจากการที่เขื่อนต้องเก็บน้ำ 130% ของความจุ แต่เป็นยางมะตอยผิวจราจรที่เกิดรอยร้าวเป็นช่วงๆ ยาวประมาณ 13 เชนติเมตร ลึกประมาณ 15 เซนติเมตร ผู้เชี่ยวชาญสรุปสาเหตุอาจมาจากการทรุดตัวตามปกติของโครงสร้างดินบริเวณไหล่ทาง ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของตัวเขื่อนแต่อย่างใด” นายเลิศวิโรจน์ กล่าว
ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า กังวลภัยแล้งที่เกิดขึ้นรุนแรง จึงให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์บูรณาการร่วมกับคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ว่าปริมาณที่เขื่อนเร่งระบายน้ำจะส่งผลกระทบต่อการบริโภคและการเกษตรฤดูแล้งหรือไม่
“นายกรัฐมนตรียังปรารภให้เปิดเว็บไซต์เพื่อติดตามการประเมินผลการ บริหารจัดการน้ำด้วยว่า ให้ทุกหน่วยงานใช้งบ 1.2 แสนล้านบาท อัพเดตข้อมูลในเว็บไซต์ให้สามารถตรวจสอบความคืบหน้าของโครงการได้ด้วย” นายอนุสรณ์ กล่าว
ทั้งนี้ การลดการระบายน้ำของเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำน่านและแม่น้ำยมลดลงต่อเนื่อง เพียงสัปดาห์เดียวน้ำลดลงกว่า 2 เมตร โดยแม่น้ำน่านช่วงไหลผ่านตัวเมืองพิษณุโลกลดลง ทำให้เรือนแพของประชาชนต้องเกยตลิ่ง บางหลังก็เสียหาย ขณะที่แม่น้ำยมช่วง อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก บางช่วงแห้งขอด จนหาดทรายและสันดอนโผล่ขึ้นมา







