posttoday
'เพื่อไทย'บูรณาการ ลดเหลื่อมล้ำระบบสุขภาพ

'เพื่อไทย'บูรณาการ ลดเหลื่อมล้ำระบบสุขภาพ

21 มีนาคม 2555

ที่ประชุมสามัญประจำปีของพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการประชุมใหญ่ครั้งแรก

โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน

ที่ประชุมสามัญประจำปีของพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการประชุมใหญ่ครั้งแรก ภายหลังพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ย้ำต่อที่ประชุมว่า พรรคเพื่อไทยมาถึงวันนี้ได้เพราะนโยบายดูแลปากท้องประชาชน และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม

ยิ่งลักษณ์ บอกว่า ความสำเร็จของนโยบายรัฐบาลขึ้นอยู่กับการประสานกันระหว่างพรรคเพื่อไทย สส. สมาชิกพรรค โดยทั้งหมดต้องเชื่อมโยงกับประชาชน ทั้งนี้ยืนยันว่าจะเดินหน้านโยบายที่ได้หาเสียงไว้ก่อนรับเลือกตั้ง หนึ่งในนั้นคือการปรับมาตรฐานการรักษาพยาบาลให้เท่าเทียมกันระหว่าง 3 กองทุนสุขภาพ ได้แก่ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สำนักงานประกันสังคม (สปส.) และสวัสดิการข้า ราชการ

“ขอยืนยันว่าจะไม่มีการรวมกองทุน แต่ต้องบูรณาการให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน โดยความสำเร็จของพรรคเพื่อไทยจะอยู่ที่การบูรณาการ ทำงานมีเอก ภาพ ซึ่งจะทำให้พรรคเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป” นายกรัฐมนตรีสำทับในหลักการ

'เพื่อไทย'บูรณาการ ลดเหลื่อมล้ำระบบสุขภาพ

 

เสมือนหนึ่งส่ง “สัญญาณ” ให้ทุกองคาพยพของพรรคเพื่อไทยขับเคลื่อนระบบสุขภาพมาตรฐานเดียวให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียว

นอกจาก “ฝ่ายการเมือง” ที่วางเป้าหมายชัดเจนแล้ว เมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา “ภาคประชาชน” ในนาม สมัชชาปฏิรูปประเทศไทยเฉพาะประเด็น ได้ทำข้อเสนอ 9 ประการ เรื่องการบริหารจัดการระบบการจัดบริการสุขภาพสำหรับผู้ประกันตน

1 ใน 9 ข้อเสนอข้างต้น คือ ให้รัฐบาลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเรื่องสุขภาพของผู้ประกันตน โดยใช้ระบบภาษีเช่นเดียวกับระบบ สปสช. พร้อมกันนี้ให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเหมาจ่ายรายหัวให้กับผู้ประกันตนตามโครงสร้างอายุ ให้เท่าเทียมกับผู้ใช้สิทธิ สปสช.

ต่อประเด็นสำคัญดัง กล่าว สารี อ๋องสมหวัง กรรมการปฏิรูปเฉพาะประเด็นฯ เห็นว่าข้อเสนอที่จะให้รัฐบาลเป็นผู้อุดหนุนเงินจำนวน 2.3 หมื่นล้านบาท สำหรับรักษาผู้ประกันตนไม่ใช่เรื่องใหม่ และไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่รัฐบาลจะจำได้ แต่ทว่าเมื่อมีความชัดเจนในรูปของ “มติสมัชชาปฏิรูป” จะทำให้เกิดการตื่นตัวของผู้ประกันตน ซึ่งจะทำให้สามารถขับเคลื่อนลดปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นได้ง่ายกว่าที่ผ่านมา

“ที่ผ่านมาเราขยับได้น้อย ผู้ประกันตนตื่นตัวไม่พอ แต่รอบนี้สมัชชาปฏิรูปชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลควรจ่าย โดยให้ สปสช.เป็นผู้บริหาร ซึ่งถือว่าก้าวหน้า

“นอกจากนี้ กระบวนการสมัชชาปฏิรูปได้ทำกันมาตลอด 1 ปี ทั่วทุก 4 ภูมิภาค อย่างน้อยความเข้าใจของผู้ประกันตนและเครือข่ายแรงงานก็ตรงกัน ที่สำคัญ ทุกภาคส่วนที่ร่วมประชุมประกาศในหลักการเดียวกันว่าจะขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง” สารี ระบุ

ด้าน ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ กรรมการปฏิรูปประเทศไทย เห็นว่า มติทั้ง 9 ข้อ ของสมัชชาปฏิรูปเฉพาะประเด็น เกิดขึ้นจากการขับเคลื่อนของประชาชนและเครือข่ายทั่วประเทศตลอด 1 ปีที่ผ่านมา นั่นเท่ากับได้รับการกลั่นกรองมาในระดับหนึ่ง ที่สำคัญ ยังแสดงให้เห็นถึงความต้องการที่แท้จริงของประชาชน อย่างไรก็ตาม จะทำได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะเอาด้วยหรือไม่

อาจารย์ณรงค์ บอกว่า แม้มติทั้ง 9 ข้อ จะครอบคลุมความต้องการของผู้ประกันตน แต่แน่นอนว่าคงไม่สามารถแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในระบบสุขภาพทั้งหมดได้ อย่างไรก็ดี หากรัฐบาลยอมรับฟังและนำไปปรับใช้ ยืนยันว่าแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำได้แน่

“กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินมาตรฐานเดียว มองว่ารัฐบาลเริ่มต้นได้ถูกทาง แต่ในระยะยาวคงต้องจับตา เพราะเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ ที่สำคัญ ยังไม่มีหลักประกันใดยืน ยันว่าผู้ประกันตนจะได้รับบริการมาตรฐานเดียวจริง” กรรมการปฏิรูป ระบุ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท