posttoday
ศาลไม่ใช่ตัวกลางรัฐประหาร

ศาลไม่ใช่ตัวกลางรัฐประหาร

21 มีนาคม 2555

หลัง “ธีรยุทธ บุญมี” ผู้อำนวยการสถาบันสัญญา ธรรมศักดิ์ เพื่อประชาธิปไตย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

โดย...ทีมข่าวการเมือง

หลัง “ธีรยุทธ บุญมี” ผู้อำนวยการสถาบันสัญญา ธรรมศักดิ์ เพื่อประชาธิปไตย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกมาวิเคราะห์การเมืองไทย ทำนองว่า จะยังมีการปฏิวัติรัฐประหารอีก ทำให้มีผู้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติทันที

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการปรับปรุงและพัฒนากฎหมาย ซึ่งมิได้เป็นไปตามวิธีทางการปกครองระบอบประชาธิปไตย สภาผู้แทนราษฎร ที่มี “ประสพ บุษราคัม” จากพรรคเพื่อไทย เป็นประธาน ได้จัดเสวนา เรื่อง “รัฏฐาธิปัตย์” เอื้อประโยชน์รัฐประหาร หรือทำลายระบบนิติธรรม ทันที เชิญ จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย สมาชิกบ้านเลขที่ 111 และ สิทธิศักดิ์ วนะชกิจ โฆษกศาลยุติธรรม เข้าร่วมเสวนา ซึ่งมีสาระน่าสนใจ ดังนี้

“สิทธิศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ดูเสมือนว่าสถาบันตุลาการเป็นตัวการก่อให้เกิดรัฐประหาร และอะไรเป็นต้นเหตุทำให้เกิดการปฏิวัติ ยึดอำนาจรัฐ จริงๆ แล้วเห็นว่า ไม่ใช่วิกฤตตุลาการ แต่เป็นวิกฤตการเมือง เป็นเรื่องของอำนาจ ซึ่งจะจริงหรือไม่ก็ต้องพิสูจน์โดยการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ถามว่าทำไมตุลาการถึงตกเป็นจำเลยในการก่อให้เกิดรัฐประหาร เราต้องเคารพหลักการแบ่งแยกอำนาจในการเป็นประชาธิปไตย

ศาลไม่ใช่ตัวกลางรัฐประหาร

“วันนี้ตุลาการเข้ามาสู่ระบบการปฏิบัติอย่างจริงจัง มีการตรวจสอบระบบการเข้าสู่ตำแหน่งของตุลาการ มีความยุติธรรมและเสมอภาคมากที่สุด เป็นระบบที่ไม่มีบุญคุณความแค้น”

โฆษกศาลยุติธรรม บอกอีกว่า ระบบตุลาการถูกออกแบบมาด้วยการเคารพเสียงข้างมาก การเลือกผู้พิพากษามาเลือกโดยใช้ระบบของมติเสียงส่วนใหญ่ การเข้าสู่อำนาจรัฐโดยไม่ชอบนั้น ศาลมีหน้าที่ที่จะรักษาระบบของบ้านเมือง และระบบความยุติธรรม

“ศาลไม่ได้ถือตัวเองมีอำนาจเบ็ดเสร็จเหนือส่วนอื่น ศาลต้องมีระบบตรวจสอบ การจะปฏิรูประบบศาลขอให้เข้าใจในประเด็นปัญหาที่แท้จริง เพราะเราก็พร้อมจะเปลี่ยนแปลง” สิทธิศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

ขณะที่ “จาตุรนต์” มองว่า คำว่า รัฏฐาธิปัตย์ คงเน้นไปในเชิงแนวความคิดว่า ใครคือผู้มีอำนาจสูงสุดของรัฐ ในการอภิปรายมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความชอบธรรมของการได้มาซึ่งอำนาจ ซึ่งอยากถามว่าความชอบธรรมที่ว่าได้อำนาจมาด้วยวิธีการใด การรัฐประหาร คือการใช้กำลังกองทัพเข้ามาข่มขืนใจผู้อื่นด้วยอาวุธ ส่วนความรับผิด คุณรับผิดต่อใคร เมื่อขึ้นมามีอำนาจ และไม่มีใครตรวจสอบคุณได้

ทั้งนี้ สังคมหรือสื่อถูกเซ็นเซอร์หมด ซึ่งความไม่ชอบของการรัฐประหารมาสู่เรื่องรัฏฐาธิปัตย์ เป็นแนวความคิดที่มักใช้ในการสร้างความชอบธรรมในรัฐประหาร และเห็นว่าถ้าไม่พิพากษาเช่นนี้ คงฆ่ากันไม่เลิก เลยต้องพิพากษาให้เกิดความชอบธรรมในการรัฐประหาร

“สังคมนี้ถือเอาผู้มีกำลังอาวุธเป็นใหญ่ ใครที่ต้องการเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง วิธีที่ง่ายและเป็นไปได้ที่สุด คือการใช้กำลังอาวุธเข้าต่อสู้ ถ้ายึดไม่สำเร็จก็กลายเป็นกบฏ แต่ถ้าไม่สำเร็จและประชาชนไม่ยอม ศาลจะพิพากษาว่าใคร คือ รัฏฐาธิปัตย์ การพิพากษาในลักษณะนี้จึงมีจุดอ่อนที่สำคัญ คือยอมรับการใช้อาวุธและไม่ส่งเสริมการปกครองโดยยึดหลักสันติวิธี”

“จาตุรนต์” กล่าวด้วยว่า หากดูจากคำพิพากษาจะเห็นถึงการรับรองการรัฐประหาร และคำสั่งต่างๆ ของคณะปฏิรูป ฉบับที่ 27 และยังเห็นว่าการลงโทษคนด้วยการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นสิ่งที่กระทำได้ เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทฝ่ายตุลาการต่อการรัฐประหาร ว่าเป็นอย่างไร การรับรองคำสั่งรัฐประหารจึงขัดต่อหลักประชาธิปไตยและนิติธรรม เราจะป้องกันไม่ให้เกิดรัฐประหารอีกในอนาคต

“ขอเสนอว่า ประชาชนต้องพร้อมใจไม่เห็นด้วยว่า ไม่ต้องการรัฐประหาร และตุลาการต้องมีข้อสรุปใหม่ แต่ถ้าเอาให้ง่ายผมขอเสนอให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาของประเทศไทย ต้องจัดประชุมร่วมกันและลงมติว่า จากนี้ไปการรัฐประหารเป็นสิ่งไม่ชอบ จะอ้างคำพิพากษาศาลฎีกาในอดีตไม่ได้ แต่ถ้าจะให้ดีผู้พิพากษาทั้งหมดควรเห็นชอบและประกาศต่อสาธารณชน ถึงเวลาแล้วที่จะต้องเปลี่ยนแปลง” จาตุรนต์ กล่าวปิดท้าย

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท