
ศาลไม่ขวางค่าจ้าง 300บาทเริ่ม1เม.ย.
ศาลปกครองสูงสุดไม่คุ้มครองฉุกเฉิน ขอทุเลาบังคับใช้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท
ศาลปกครองสูงสุดไม่คุ้มครองฉุกเฉิน ขอทุเลาบังคับใช้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท
เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ศาลปกครองได้แจ้งต่อคู่กรณีถึงการพิพากษาเบื้องต้นที่นายจ้างกว่า 40 สถานประกอบการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองขอให้พิจารณาไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อทุเลาบังคับใช้การปรับค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท ที่จะมีการบังคับใช้วันที่ 1 เม.ย.ไปก่อน
ศาลปกครองได้มีคำสั่งยกคำขอทุเลาการขึ้นค่าจ้าง เนื่องจากข้อเท็จจริงในชั้นไต่สวนพบว่าการพิจารณาของคณะกรรมการค่าจ้างเป็นไปตามขั้นตอนและวิธีการ โดยพิจารณาตามกรอบของกฎหมาย มาตรา 87 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน และตามขั้นตอนที่เป็นหลักในการพิจารณา ดังนั้นจึงมีผลที่ผู้ประกอบการ นายจ้าง จะต้องปฏิบัติตามคำประกาศของคณะกรรมการค่าจ้าง
การที่ศาลจะพิจารณาว่าประกาศดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้นเป็นประเด็นเนื้อหาที่ศาลต้องพิจารณาพิพากษาต่อไป
ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในชั้นไต่สวน ศาลรับฟังได้ว่าในการประชุมคณะกรรมการค่าจ้างที่มีการพิจารณากำหนดให้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำที่และให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 เม.ย.นี้ ได้พิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับค่าจ้าง โดยคำนึงถึงดัชนีค่าครองชีพ อัตราเงินเฟ้อ มาตรฐานการครองชีพ ต้นทุนการผลิต ราคาสินค้าและบริการ ความสามารถของธุรกิจ ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ
นายวิจิตร ดาสันทัด ประธานสหพันธ์แรงงานธุรกิจโรงแรมและบริการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า ไม่เห็นด้วยกับการนำค่าเซอร์วิสชาร์จมาคิดรวมเป็นค่าจ้างขั้นต่ำ เนื่องจากเงินนี้นายจ้างเก็บเพิ่มจากลูกค้าและต้องเฉลี่ยคืนให้กับพนักงานทุกคน จึงไม่เกี่ยวกับต้นทุนของนายจ้าง
“เข้าใจว่านายจ้างหรือโรงแรมขนาดเล็กอาจจะมีต้นทุนสูงขึ้น แต่ก็ต้องเข้าใจว่าถ้าไม่จ้างคนงานให้ถึง 300 บาท ก็จะไม่มีใครเข้ามาทำงาน และเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงาน”นายวิจิตรกล่าว
นายนเรศ ศรีนาค ประธานชมรมการจัดการงานบุคคลจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ผู้ประกอบการท่องเที่ยวยินดีปรับขึ้นค่าจ้างเป็นวันละ 300 บาท แต่ให้นำเซอร์วิสชาร์จมารวมเป็นค่าจ้าง







