
โสภณแก้เกี้ยวเม.ย.เปิดลองแอร์พอร์ตลิงก์
โพสต์ทูเดย์
— โสภณลั่น เม.ย. นี้ เปิดทดลองแอร์พอร์ตลิงก์ คาดปรับซีเมนต์ 17 ล้านบาทนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงการเปิดโครงการแอร์พอร์ตลิงก์ซึ่งทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ว่า โครงการดังกล่าวจะต้องเปิดให้บริการในเดือน เม.ย. 2553 นี้ แต่เป็นการทดสอบก่อนเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ ในช่วงเช้าเย็น ซึ่งจะเปิดให้พนักงานที่ทำงานภายในสนามบินสุวรรณภูมิเข้ามาใช้งาน รวมถึงประชาชนทั่วไป โดยไม่คิดค่าบริการ
ทั้งนี้ เมื่อระบบทุกอย่างลงตัวและได้รับการรับรองความปลอดภัยจากที่ปรึกษาอิสระ (ไอซีอี) แล้ว จึงจะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ในเดือน ก.ค. นี้ เพราะต้องให้บริการแก่ผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางไปขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิด้วย
“
ไม่สามารถเปิดใช้แอร์พอร์ตลิ้งค์ ได้ทันเม.ย.นี้แน่นอน เนื่องจากการรับมอบงานจากเอกชนผู้รับเหมาไม่สามารถทำได้ตามกำหนด เนื่องจากพบว่ามีปัญหาในบางจุด เช่น ระบบไฟฟ้าสำรอง ระบบวิทยุสื่อสาร และกล้องวงจรปิดอีก 70 ตัว ยังไม่ได้ติดตั้ง ทำให้ รฟท. ไม่สามารถรับมอบงาน และเปิดให้วิศวกรอิสระ ทำการตรวจสอบระบบและออกใบรับรองมาตรฐานได้ตามกำหนด” นายโสภณ กล่าวนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) ร.ฟ.ท. กล่าวว่า ในการทดลองให้บริการ คาดว่าจะสามารถเดินรถได้วันละ 89 ชั่วโมง ส่วนเรื่องค่าปรับนั้นต้องพิจารณาว่า บริษัท ซีเมนต์ ส่งมอบงานแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งค่าปรับจะคิดในอัตรา 0.1% ของมูลค่างาน 2 หมื่นล้านบาท
“
คาดว่าค่าปรับตกประมาณวันละ 2 ล้านบาท ซึ่งรวมแล้วค่าปรับน่าจะตกประมาณ 17 ล้านบาท” นายสุพจน์ กล่าวอย่างไรก็ตาม รมว.คมนาคม ได้สั่งการให้ รฟท.จัดตารางการเดินรถแอร์พอร์ตลิ้ง เพื่อให้ประชาชนใช้บริการฟรี ในเดือนเม.ย.นี้ไปก่อน เพื่อรอการตรวจสอบระบบรถไฟฟ้าจากวิศวกรอิสระ(I.C.E) เพราะวิศวกรอิสระจะสามารถตรวจสอบระบบได้ก็ต่อเมื่อมีการเดินรถตามตารางเท่านั้น ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 เดือน และจะสามารถเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ในเดือน ก.ค.นี้
นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการ รฟท. กล่าวว่า สำหรับการคำนวณการปรับเงินบริษัทซีเมนส์ นั้น เมื่อพิจารณาตามสัญญาพบว่า สัญญาระหว่างรถไฟกับซีเมนส์ในการก่อสร้างและติดตั้งระบบเดินรถนั้น ได้ครบ 900 วัน ในวันที่ 6 ส.ค.52 และมีอายุการทดสอบเดินรถตามสัญญา 90 วัน ซึ่งจะครบ ในวันที่ 4 พ.ย.52 โดยงานติดตั้งระบบสื่อสารที่ล่าช้าจากแผน ก่อสร้าง 900 วัน ซึ่งซีเมนส์เคยแจ้งให้ทราบว่า งานจะแล้วเสร็จ ภายในวันที่ 26 ม.ค.53 ซึ่งในส่วนนี้ สามารถรวมค่าปรับตามสัญญาทั้งหมดเท่ากับ 17 ล้านบาท โดยในจำนวนดังกล่าว เป็นค่างานระบบสื่อสารที่ล่าช้า และระบบไฟฟ้าสำรองที่มีปัญหาตามข้อสัญญา รวม 8 ล้านบาท ซึ่งคำนวณเป็นค่าปรับวันละ 5 หมื่นบาท และจะทำการปรับไปเรื่อยๆ จนกว่าวิศวกรอิสระจะทำการรับรองให้การรถไฟรับมอบงาน ส่วนการปรับนั้น จะมีวงเงินสูงขึ้นอีก หากพ้นกำหนดทดสอบเดินรถ 90 วัน ก็จะมีวงเงินการปรับเงินตามสัญญาสูงขึ้น คือ 0.5 %ของมูลค่างานรวมกว่า 25,000 บาท
สำหรับปัญหาเรื่องระบบไฟฟ้าสำรองของโครงการนั้น มีการโต้แย้งระหว่าง รฟท. และซีเมนส์ว่า จะต้องมีกำลังไฟฟ้าสำรอง กรณีฉุกเฉิน จาก 3 แหล่งผลิต หรือ 4 แหล่งผลิต ซึ่งจะต้องมีการเจรจาให้ได้ข้อยุติเร็วที่สุด







